
รถเมล์ด่วน BRT เป็นโครงการสมัยผู้ว่าอภิรักษ์ ที่วางแผนไว้ว่าจะมีระบบขนส่งมวลชน สายรองที่ช่วยการเดินทางในโซน ต่างๆ ที่ระบบรถไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง โดยนโยบายใน ยุคนั้นตั้งเป้าไว้ว่าจะมีสายนำร่อง 2 เส้นทาง คือ
1. นวมินทร์-ม.เกษตร-หมอชิต (ตอนนั้น BTS ยังสุดสายแค่หมอชิต)
2. ช่องนนทรี-สะพานกรุงเทพ
ต่อมามีการดำเนินการแค่สายเดียว คือสาย 402 ช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ซึ่งมีการขยายเส้นทางเพื่อให้ไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลู
เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อ 29 พฤษภาคม 2553
สำหรับ BRT ในระยะแรก (ปี 2553-2560) ทาง กทม. ใช้รูปแบบของการ “จ้างบริษัทลูก” คือบริษัทกรุงเทพธนาคม (KT) ให้ดำเนินการ ซึ่ง KT ก็ไป “จ้างต่อ” ให้บริษัท BTS มาวางระบบตั๋วและวิ่งรถให้ โดยเงินรายได้เข้า กทม. ทั้งหมด
พอหมดสัญญาในช่วงนั้นมีแนวคิดว่าจะยกเลิก เพราะไม่คุ้มค่าการลงทุนที่หมดไปกว่า 2,000 ล้าน แต่เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้บริการว่าให้วิ่งต่อ ก็เลยไม่ยกเลิกแต่เปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานใหม่แทน
โดยตั้งแต่ปี 2560-2566 ทาง กทม. ใช้วิธีการ “มอบหมาย” ให้บริษัทลูกคือ KT เจ้าเก่าไปบริหารงาน ซึ่งทาง KT ได้ “ให้สัมปทาน” กับ BTS เจ้าเดิม สิ่งที่ต่างไปจากเดิมคือคราวนี้ รายได้ทั้งหมดจะเป็นของ BTS และยังได้สิทธิ์บริหารจัดการพื้นที่โฆษณาและพื้นที่ เชิงพาณิชย์ในระบบ BRT ด้วย ซึ่งสัญญานี้จะหมดลงในวันที่ 31 สิงหาคมนี้นั่นเอง
โดย กทม. มีนโยบายจะปรับปรุงรูปแบบการให้บริการรถเมล์ BRT ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปแบบตัวรถ ใช้รถพลังงานไฟฟ้าที่เป็นแบบชานต่ำ (พื้นรถต่ำ) เพิ่มจุดจอด ขยายระยะทาง โดยอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดรูปแบบการให้บริการใหม่อยู่
(นโยบายผู้ว่าชัชชาติ : ทบทวน BRT เพื่อพิจารณาการดำเนินโครงการ https://www.chadchart.com/policy/621465a5204d4c4f8ab8c80a/ )
ซึ่งในระหว่างการศึกษานี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ทาง กทม. เลยจ้างเอกชนให้บริการวิ่งรถต่อไปอีก 13 เดือน โดยไม่เก็บค่าบริการ ไปจนถึงเดือนกันยายน 2567
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/livingpopth
Leave a Reply