
โดยปกติแล้ว สูตรสำเร็จสำหรับการเดตในวันวาเลนไทน์ มักประกอบด้วยช่อดอกกุหลาบ ดินเนอร์สำหรับคู่รัก และช็อกโกแลตหนึ่งกล่อง แต่ในปีนี้ เหล่าคู่รักอาจต้องเซอร์ไพรส์กับราคาช็อกโกแลตที่แพงขึ้นอย่างมาก ผลมาจากการที่ราคาโกโก้และราคาน้ำตาลพุ่งสูงขึ้น
ราคาโกโก้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายและโรคระบาดได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตโกโก้ในกานาและไอวอรีโคสต์ ซึ่งครองสัดส่วน 60% ของการผลิตโกโก้ทั่วโลก เซอร์เกย์ เชตเวอร์ทาคอฟ นักวิเคราะห์ จากเอสแอนด์พี โกลบอล คอมโมดิตีส์ เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้การผลิตปรับตัวลง และทำให้โกโก้ขาดแคลนในตลาด “นี่นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่อุปทานโกโก้ขาดแคลน และคาดว่าสถานการณ์จะยังไม่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้”
ราคาโกโก้ในตลาดล่วงหน้าพุ่งขึ้นเกือบ 40% นับตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,874 ดอลลาร์/เมตริกตันในวันพฤหัสบดี (8 ก.พ.) “สิ่งที่เป็นปัจจัยกระตุ้นทั้งหมดนี้คือ ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพืชผล” เดวิด แบรนช์ รองประธานอาวุโสของสถาบันเวลส์ ฟาร์โก อะกรี-ฟู้ด (Wells Fargo Agri-Food) กล่าว แบรนช์เสริมว่า ราคาช็อกโกแลตกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ บรรดาผู้ผลิตช็อกโกแลตก็เพียงเพิ่มส่วนต่างกำไรแล้วผลักภาระให้ผู้ขายซึ่งท้ายที่สุด ผู้ขายก็นำมาจำหน่ายในราคาที่สูงขึ้น ข้อมูลจาก NielsenIQ ซึ่งรวบรวมถึงวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ราคาช็อกโกแลตทั่วโลกเพิ่มขึ้น 11% ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นราคาสูงที่สุดในรอบ หลายปีตั้งแต่ NielsenIQ เคยเก็บข้อมูลมานอกจากนี้ เชตเวอร์ทาคอฟกล่าวด้วยว่า “สำหรับวันวาเลนไทน์ ช็อกโกแลตเปรียบเสมือนของขวัญสุดพิเศษและเป็นสิ่งที่หลาย คนต้องมี” แม้ราคาจะสูงขึ้น ตลาดช็อกโกแลตก็ยังคงแข็งแกร่ง เช่น ยุโรปและอเมริกา เหนือ แต่ดีมานด์ในเอเชียนั้นปรับตัวลดลง
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=790922816406640&set=a.605386548293602
Leave a Reply