รสนิยมทางดนตรีอยู่ในยีนวิทยาศาสตร์เผยพันธุกรรมมีอิทธิพลกว่าที่คิด

เคยสงสัยไหมทำไมบางคนหลงใหลเพลงร็อกบางคนชอบแจ๊สหรือบางคนฟังโอเปร่าทั้งคืนก็ยังไม่เบื่อ? หลายคนอาจคิดว่ารสนิยมทางดนตรีถูกหล่อหลอมจากสิ่งแวดล้อม เช่น เพลงที่พ่อเปิดในวัยเด็กเพลงที่เพื่อนแชร์หรือวัฒนธรรมรอบตัวแต่ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดกลับพบว่า “ยีน” หรือพันธุกรรมของเรามีอิทธิพลต่อรสนิยมทางดนตรีมากกว่าที่เคยคิดไว้

พันธุกรรมกับการรับรู้ทางดนตรี

งานวิจัยของ มาเรีย นิอาร์ชู (Maria Niarchou) ในปี 2022 พบว่า “การรักษาจังหวะ” หรือ Beat Synchronization ความสามารถในการเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรีมีความสัมพันธ์กับยีนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเคลื่อนไหวและการได้ยินของสมอง ซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าทำไมบางคน “รู้สึกถึงจังหวะ” ได้ดีกว่าคนอื่น ต่อมาในปี 2025 จาโคโม บิการ์ดี (Giacomo Bigardi) ได้ตีพิมพ์ผลงานที่ยืนยันแนวคิดนี้เพิ่มเติม โดยศึกษา “รสนิยมทางดนตรี” จากฝาแฝดชาวเดนมาร์กจำนวน 1,200 คู่ ทั้งแฝดแท้และแฝดเทียมเพื่อแยกปัจจัยจาก พันธุกรรม และ สิ่งแวดล้อม ออกจากกัน

ผลการศึกษาน่าทึ่ง

ผลการวิเคราะห์พบว่า

  • 54% ของรสนิยมทางดนตรีมาจากพันธุกรรม
  • 30% มาจากอิทธิพลทางสังคมภายนอก (เช่น เพื่อน วัฒนธรรม หรือสื่อ)
  • 16% มาจากสิ่งแวดล้อมภายในครอบครัว

กล่าวอีกนัยหนึ่ง “เราถูกโปรแกรมมาในระดับยีน” ให้ชอบแนวดนตรีบางแบบมากกว่าแบบอื่น

ยีนแห่งเสียงเพลงในตัวเรา

นักวิทยาศาสตร์ยังระบุด้วยว่า ยีนที่มีบทบาทต่อการรับรู้และความเพลิดเพลินทางดนตรีไม่ได้มีเพียงยีนเดียว แต่เป็นผลรวมจากยีนหลายตัว เช่น

  • DRD2 และ DRD4: ยีนที่ควบคุมตัวรับสารโดปามีน (Dopamine receptors) ซึ่งเป็นสารเคมีแห่งความสุขในสมอง
  • DAT1: ยีนที่ควบคุมการขนส่งโดปามีนในระบบประสาท

เมื่อเราได้ยินเสียงเพลงที่ “ใช่” สำหรับเราสมองจะหลั่งโดปามีนทำให้รู้สึกสุขใจขนลุกหรืออินไปกับเพลงอย่างลึกซึ้งความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น “ปฏิกิริยาทางพันธุกรรม” โดยตรง

ฟังเพลงเพราะใจรักไม่ต้องเก่งก็สุขได้

ที่น่าสนใจคืองานวิจัยพบว่า “ยีนที่ทำให้เรามีความสุขจากการฟังเพลง” มีความเป็นอิสระถึง 70% จากยีนที่ควบคุมความสามารถในการรับรู้ดนตรี (เช่น การจับคีย์ หรือจังหวะ)
หมายความว่าแม้คุณจะร้องเพี้ยน หรือเล่นดนตรีไม่เป็นก็ยังสามารถ “รู้สึกสุข” ไปกับเสียงเพลงได้ไม่ต่างจากนักดนตรีมืออาชีพ

บทเรียนสุขภาพจากดนตรี

เสียงดนตรีไม่เพียงแต่บอกถึงตัวตนแต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพจิตและสมองอย่างมหาศาล

  • ลดความเครียดและช่วยให้สมองหลั่งสารแห่งความสุข
  • ช่วยควบคุมอารมณ์และเพิ่มสมาธิ
  • กระตุ้นสมองส่วนความจำซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว

ดังนั้น ไม่ว่าจะชอบแนวไหนป๊อป ร็อก แจ๊ส หรือคลาสสิกการเปิดเพลงฟังวันละนิดก็ถือเป็นการ “ดูแลสุขภาพสมอง” ได้เช่นกัน รสนิยมทางดนตรีของคุณอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นเสียงสะท้อนจาก “ยีนดนตรี” ที่อยู่ในตัวคุณมาตั้งแต่เกิดและไม่ว่าคุณจะฟังเพราะเหตุผลใดสิ่งสำคัญที่สุดคือ “ฟังเพื่อความสุข” เพราะดนตรีไม่เพียงสะท้อนตัวตน แต่ยังบำบัดใจและหล่อเลี้ยงสมองให้แข็งแรงไปพร้อมกัน


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *