รอยร้าวไม่ใช่จุดจบบทเรียนจากพ่อคนหนึ่งที่เรียนรู้จะรักตัวเองใหม่อีกครั้ง

“ความผิดพลาดของลูกไม่ได้กำหนดตัวตนของลูก แต่พวกเขาจะกำหนดลูกจากวิธีที่ลูกใช้แก้ไขตัวเอง” แม่ของ ‘สก็อต เลอแรตต์’ จาก The Unbreakable Boy ประโยคนี้อาจฟังดูเรียบง่าย แต่กลับเป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการเยียวยาสำหรับใครก็ตามที่เคยรู้สึกว่าชีวิตตัวเอง ‘พังทลาย’ ไม่ว่าจะจากความผิดพลาด ความล้มเหลวหรือช่วงเวลาที่ไม่รู้จะเดินหน้าต่ออย่างไรดีในภาพยนตร์เรื่อง The Unbreakable Boy แม้เรื่องราวจะเน้นไปที่ ‘ออสติน’ เด็กชายผู้มีภาวะออทิสติกและโรคกระดูกเปราะตั้งแต่เกิด แต่สิ่งที่สะกิดใจผมอย่างลึกซึ้งกลับเป็นการเติบโตของตัวละคร ‘สก็อต’ พ่อของออสติน ที่ไม่ได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัวจากคำว่า “พร้อม” เลยแม้แต่น้อยเขาไม่ได้วางแผนจะมีลูกชายที่ต้องการการดูแลพิเศษขนาดนั้นและแน่นอนเขาไม่ได้เตรียมใจว่าจะต้องเผชิญกับการสูญเสียงานความเครียดในชีวิตคู่ หรือการกดดันจากบทบาทหัวหน้าครอบครัวที่ดูเหมือนจะล้มเหลวในทุกทางเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง สก็อตพยายาม ‘หนี’ ความเป็นจริงด้วยการดื่มแอลกอฮอล์ หวังจะพักชั่วคราวจากความรู้สึกล้มเหลวที่กัดกินหัวใจอยู่ทุกวัน แต่ “ชั่วขณะ” ที่เขาคิดว่าพอจะพักได้ กลับลากเขาลึกลงไปในวังวนจนเกือบจะเสียทุกอย่างไปอย่างถาวรจนกระทั่งในวันที่เขารู้สึกว่าไม่มีทางกลับมาได้แล้วเขาได้พูดคุยกับแม่ ซึ่งไม่ได้ตำหนิเขาเลยสักคำกลับยื่นแก้วน้ำให้แล้วขอให้เขาทำมันแตกจากนั้นจึงพูดว่า

“ชีวิตก็เหมือนแก้วใบนี้ มันจะมีวันแตก พัง ทรุดโทรม และเสียรูปทรง แต่สิ่งที่เราทำหลังจากนั้นต่างหาก ที่จะบอกว่าเราเป็นใคร”

สิ่งที่แม่สื่อสารในฉากนั้น ไม่ใช่แค่การปลอบใจแต่คือบทเรียนชีวิตที่ยิ่งใหญ่ว่าไม่มีใครไม่เคยล้มเหลวและไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิดแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ เราจะทำอะไรหลังจากที่ล้มเหลวแล้วสก็อตเลือกจะ “ประกอบเศษแก้วชีวิตของตัวเองกลับคืน” โดยไม่ปกปิดรอยร้าวเหล่านั้น แต่ใช้ทองคำผสมกาวซ่อมมันไว้ กลายเป็นงานศิลปะที่เรียกว่า Kintsugi ซึ่งเป็นปรัชญาญี่ปุ่นที่สอนให้เราเห็นคุณค่าความงามในรอยแผลของชีวิต Kintsugi ไม่เพียงแค่เยียวยาวัตถุที่แตกร้าวแต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกันไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แต่ความไม่สมบูรณ์นี่เองที่ทำให้เรางดงามและแท้จริงและเมื่อสก็อตเริ่มลงมือซ่อมแซมตัวเองยอมรับอดีตหยุดโทษตัวเองและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับคนที่รักเขาภรรยาของเขาเทเรซา ก็พูดกับเขาว่า

“คุณรู้ไหมว่าฉันชื่นชมอะไรในตัวคุณ… คุณแหลกสลาย คุณหลงทาง หวาดกลัว และเข้าใจสิ่งต่างๆ ผิด แต่คุณก็ยังคงพยายามต่อไป”

ประโยคนี้เปรียบเสมือนบทสรุปของทั้งเรื่องการเป็นพ่อแม่ไม่ได้แปลว่าเราต้องสมบูรณ์แบบ แต่แปลว่าเราต้องกล้าที่จะเรียนรู้เติบโตและพยายามต่อไป แม้จะเคยล้มเหลวมากแค่ไหนก็ตาม

เพราะลูกไม่ได้เรียนรู้จากพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ

แต่พวกเขาเรียนรู้จากพ่อแม่ที่ “ล้มได้ แต่ลุกขึ้นอย่างมีศักดิ์ศรี หากคุณเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดี เคยพลาด เคยพูดไม่ดี เคยหลุดโทนเสียง เคยหมดแรงเคยหมดใจอย่าลืมว่า รอยร้าวในวันนี้ อาจกลายเป็น ร่องรอยที่งดงามที่สุดในชีวิต ของคุณในวันหนึ่งก็ได้


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *