
การนอนกรนอาจดูเหมือนเรื่องธรรมดาสำหรับใครหลายคนแต่จริงๆแล้วมันอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทั้งตัวคุณเองและคนข้างๆ
ทำไมเราถึงกรน?
การนอนกรนเกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบลงขณะหลับ ทำให้กล้ามเนื้อรอบๆช่องปากและลำคอผ่อนคลายจนเกิดเสียงกรน ระดับความรุนแรงของเสียงกรนสามารถแบ่งได้ดังนี้:
- Lv.1 เบาๆ ฟี้ๆ คล้ายเสียงลูกแมวน้อย
- Lv.2 คร่อกๆ ฮึ่มๆ คล้ายเสียงเครื่องยนต์
- Lv.3 โฮก ฮ๊าก เสียงดังเหมือนเสียงราชสีห์
- Lv.4 กรนดังสุดพร้อมหยุดหายใจชั่วขณะมีเสียงสะดุ้งเฮือก
ผลกระทบต่อสุขภาพ
- ระดับ 1–2 มักไม่รุนแรงต่อสุขภาพแต่ทำให้นอนไม่สบายตัวและอาจรู้สึกอ่อนเพลียหลังตื่น
- ระดับ 3–4 มีความเสี่ยงสูงต่อ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea – OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายขาดอากาศชั่วคราว
ผู้ที่มีภาวะ OSA จะกรนเสียงดังและหยุดหายใจเป็นช่วงๆหากอาการเกิดมากกว่า 5 ครั้งต่อชั่วโมง จะทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ และอาจนำไปสู่
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- โรคหลอดเลือดสมอง
- โรคสมองเสื่อม
วิธีป้องกันและลดอาการกรน
- ปรึกษาแพทย์ หากสงสัย OSA แพทย์อาจแนะนำการทดสอบการนอน (Sleep Test) เพื่อวินิจฉัยสาเหตุ
- เครื่องช่วยหายใจ CPAP ใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะ OSA ช่วยให้ทางเดินหายใจไม่ถูกอุดกั้นขณะหลับ
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนนอน
- ลดน้ำหนัก หากมีภาวะน้ำหนักเกิน
- หลีกเลี่ยงการนอนหงาย
- งดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ก่อนนอน
- ปรับสิ่งแวดล้อมการนอนห้องนอนอากาศถ่ายเทสะดวก สงบและมืดพอเหมาะ
การกรนไม่ใช่เรื่องตลกเสมอไป โดยเฉพาะกรนระดับ 3–4 ที่อาจบ่งบอกถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับการสังเกตตัวเองและคนข้างๆ รวมถึงการปรึกษาแพทย์จะช่วยให้คุณนอนหลับอย่างมีคุณภาพ และลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายในระยะยาว
Leave a Reply