
ผู้ป่วยหลายคนอาจไม่เคยคิดว่าผลไม้ยอดนิยมในมื้อเช้าอย่างส้มโอสามารถส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพได้โดยเฉพาะกับผู้ที่ใช้ยาลดไขมันกลุ่ม Statin ล่าสุด นพ.หง เจิ้งเสียน รองหัวหน้าภาควิชาเภสัชกรรม โรงพยาบาล Chang Bing Show Chwan Memorial Hospital ไต้หวัน ได้แชร์เหตุการณ์ผู้ป่วยรายหนึ่งที่กลายเป็นตัวอย่างเตือนใจ
ผู้ป่วยฟิตสุดๆแต่เจอภาวะไตวายเฉียบพลัน
ผู้ป่วยรายนี้ชื่อ ฟาง ฮัว อายุ 40 ปี เป็นคนรักสุขภาพออกกำลังกายทั้งฟิตเนสและกีฬาผจญภัยแต่จู่ๆเธอกลับมีอาการเหนื่อยง่ายอ่อนเพลียและหายใจลำบากแม้เดินเพียงเล็กน้อยจนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่า
- ค่า Creatine kinase พุ่งสูงถึง 12,640 U/L (ปกติ 26–140 U/L)
- ค่า Myoglobin สูงถึง 6,453 µg/L
ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis) และไตวายเฉียบพลัน
สาเหตุไม่คาดคิดส้มโอ
การสอบถามประวัติการกินของฟาง ฮัว พบว่าเธอกำลังใช้ยา Simvastatin เพื่อลดไขมันในเลือดและช่วง 10 วันก่อนเกิดอาการเธอเริ่มกินส้มโอเป็นอาหารเช้าทันทีหลังทานยาส้มโอมีสาร Furanocoumarin ซึ่งสามารถยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 ที่ร่างกายใช้สลายยา Statin ทำให้ยาคั่งในเลือดสูงเกินไปส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง เช่น
- ปวดกล้ามเนื้อ
- เวียนศีรษะ
- ความดันโลหิตต่ำ
- ในบางกรณีรุนแรงถึงตับถูกทำลายกล้ามเนื้อสลายและไตวาย
การรักษาและคำแนะนำจากแพทย์
หลังระบุสาเหตุทีมแพทย์ให้ผู้ป่วยหยุดยา Statin ชั่วคราวและให้สารน้ำเพื่อฟื้นฟูไต
- โชคดีที่อาการฟาง ฮัว ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงและสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
นพ.หงเตือนว่าแม้ส้มโอมีประโยชน์ต่อสุขภาพแต่สามารถเกิดปฏิกิริยากับยาหลายชนิดโดยเฉพาะ
- ยารักษาโรคหัวใจ
- ยาลดไขมันในเลือด
คำแนะนำสำคัญ
- ไม่ควรกินส้มโอหรือผลไม้ตระกูลส้มทันทีหลังทานยา
- ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือสมุนไพร
- หากเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อหรือเหนื่อยผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที
แม้ผลไม้จะดีต่อสุขภาพแต่การกินร่วมกับยาบางชนิดอาจอันตรายถึงชีวิตโดยเฉพาะส้มโอกับยา Statin การดูแลสุขภาพอย่างรอบด้านไม่ใช่แค่กินดีออกกำลังกายแต่ต้องรู้จักโภชนาการที่เหมาะสมกับยาที่ใช้ด้วย
Leave a Reply