
หน้าฝนนี้นอกเหนือจากโรคไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ที่ต้องระวังแล้วอีกหนึ่งภัยเงียบที่มากับความชื้นและมักสร้างความเจ็บปวดให้หลายคนโดยไม่รู้ตัวคือแมลงก้นกระดกหรือที่รู้จักกันในชื่อแมลงเฟอร์ลาด้วงก้นกระดกหรือแมลงกรดแมลงตัวจิ๋วขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตรแต่มีพิษรุนแรงเทียบเท่ากรดอ่อนๆสารพิษในตัวแมลงชนิดนี้มีชื่อว่า (Paederin) ซึ่งจะหลั่งออกมาเมื่อตัวแมลงถูกตบขยี้หรือบี้บนผิวหนังอาการเด่นชัดที่สังเกตได้ทันทีคือ ผิวหนังจะเกิดเป็นผื่นแดงหรือรอยแผลเป็นแนวยาวเป็นเส้นหรือเป็นกลุ่มตามแนวรอยที่มือลากตัวแมลงผ่านผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงคล้ายผิวไหม้จากความร้อนหรือกรดต่อมาจะเริ่มพัฒนาเป็นตุ่มน้ำใสและแผลพุพองใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหากปล่อยไว้ไม่รักษาหรือติดเชื้อแผลอาจลุกลามเป็นแผลเป็นได้แนวทางการป้องกันและหลีกเลี่ยง
- ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทในช่วงค่ำและฤดูฝนแมลงชนิดนี้มักบินเข้าหาแสงไฟตามบ้านเรือนควรปิดมุ้งลวดหรือปิดไฟที่ไม่จำเป็น
- อย่าตบหรือตีโดยตรงหากพบแมลงเกาะอยู่ตามร่างกายห้ามใช้มือตบหรือบี้เด็ดขาดให้ใช้วิธีเป่าให้หลุดออกไปเองหรือใช้กระดาษเขี่ยเบาๆ
- ตรวจเช็กที่นอนและเสื้อผ้าก่อนนอนควรสะบัดผ้าปูที่นอนและผ้าห่มตลอดจนตรวจดูเสื้อผ้าที่ตากไว้นอกบ้านว่ามีแมลงเกาะอยู่หรือไม่
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธีหากเผลอสัมผัสสารพิษหรือโดนแมลงก้นกระดกเล่นงานให้รีบดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ทันทีเพื่อลดความรุนแรงของแผล
- ล้างทำความสะอาดทันทีรีบล้างผิวหนังบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาดและสบู่โดยเร็วที่สุดเพื่อชะล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่บนผิวให้ออกให้มากที่สุด
- ประคบเย็นเพื่อลดอาการใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นหรือห่อน้ำแข็งประคบบริเวณที่มีอาการแสบร้อน ครั้งละ 10 ถึง 15 นาที ทุกๆ 2 ถึง 3 ชั่วโมง เพื่อช่วยบรรเทาอาการแสบและลดอาการบวมข้อควรระวังคือห้ามวางก้อนน้ำแข็งลงบนผิวหนังโดยตรงเพราะอาจทำให้ผิวหนังบาดเจ็บเพิ่มขึ้นจากความเย็นจัด
- สังเกตอาการและพบแพทย์หากผื่นมีขนาดลุกลามใหญ่ขึ้นมีตุ่มหนองร่วมด้วยหรือมีไข้ ห้ามเจาะตุ่มน้ำใสเองเด็ดขาดควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับยาปฏิชีวนะหรือยาทาสเตียรอยด์ที่เหมาะสมป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
Leave a Reply