
เช็กให้ดีก่อนที่อวัยวะกรองของเสียจะเสียหายถาวรหลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า “ไต” ของเราไม่ได้มีหน้าที่แค่กรองของเสียออกจากร่างกายเท่านั้น แต่ยังควบคุมความสมดุลของเกลือ น้ำ และสารเคมีหลายชนิด รวมทั้งผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมความดันโลหิตและสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วยแต่สิ่งที่น่ากลัวคือ โรคไตเรื้อรังมักแสดงอาการเมื่ออาการลุกลามไปมากแล้ว
และบ่อยครั้งที่ต้นตอมาจากพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆที่เราทำซ้ำทุกวันแบบไม่รู้ตัววันนี้เราชวนคุณมาเช็ก 3 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่หากไม่ใส่ใจอาจทำให้ไตค่อยๆ พังลงอย่างเงียบๆ
1. ใช้ยาแบบไม่ระวัง
การใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจเป็นอันตรายอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะ “ยากลุ่มลดปวดต้านอักเสบ” (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค หรือแม้แต่สมุนไพรบางชนิดที่ระบุสรรพคุณว่า “ขับปัสสาวะ” ก็ล้วนมีผลต่อไตได้เช่นกัน
คำแนะนำ:
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาต่อเนื่องนานเกินไปโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์
- ถ้าต้องทานยาประจำ เช่น ยาความดัน ยาลดไขมัน ควรตรวจเช็กค่าการทำงานของไตเป็นระยะ
- อย่าซื้อยากินเองตามรีวิวหรือคำบอกต่อ
2. ยูริกกรดสูง = ไตรับภาระหนัก
กรดยูริก เป็นของเสียจากการย่อยสลาย “พิวรีน” ซึ่งพบมากในอาหารจำพวกเครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก ไข่แดง เบียร์ น้ำอัดลม และอาหารแปรรูป หากระดับยูริกในเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อ “นิ่วในไต” และ “โรคไตเรื้อรัง” ได้
ค่ามาตรฐานของกรดยูริกในเลือด:
- ผู้ชาย: < 7.0 mg/dL
- ผู้หญิง: < 5.3 mg/dL
หลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้หากคุณมีค่ากรดยูริกสูง:
- น้ำผลไม้บรรจุขวดและน้ำหวาน
- ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง (เช่น ลำไย ทุเรียน องุ่น)
- เบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
อาหารที่แนะนำ:
- ฝรั่ง มะนาว ส้มโอ แอปเปิลเขียว (ในปริมาณพอเหมาะ)
- ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เพื่อช่วยขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ
3. ความดันโลหิตสูง ทำร้ายไตแบบเงียบๆ
หลายคนไม่รู้ว่า “ความดันโลหิตสูง” คือหนึ่งในสาเหตุอันดับต้นๆของโรคไตเรื้อรังเพราะเส้นเลือดในไตจะถูกทำลาย ทำให้ไตกรองของเสียได้น้อยลงเรื่อยๆจนอาจต้องล้างไตในระยะยาว
ค่าความดันที่ควรควบคุม:
- ดีที่สุดคือ < 120/80 mmHg
- ถ้าเกิน 130/85 mmHg ควรพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ
เคล็ดลับดูแลความดัน:
- ลดเค็ม (กินเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน)
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- งดสูบบุหรี่
- จดบันทึกค่าความดันทุกวัน ส่งให้แพทย์ดูในการนัดแต่ละครั้ง
สรุป: ไตแข็งแรงเริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ
โรคไตอาจไม่มีอาการในระยะแรก แต่เมื่อเริ่มมีอาการ มักเป็นสัญญาณว่าไตถูกทำลายไปมากแล้ว การป้องกันจึงสำคัญที่สุดแค่เริ่มต้นจาก 3 อย่างนี้ คือ
- เลือกใช้ยาอย่างปลอดภัย
- ควบคุมกรดยูริกให้อยู่ในเกณฑ์
- ดูแลความดันให้เหมาะสม
ก็สามารถยืดอายุไตของเราไปได้นาน และลดความเสี่ยงในการต้องฟอกไตในอนาคตได้มากไตมีแค่สองข้าง รักษาไว้ให้ดีที่สุด ใส่ใจตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่แข็งแรงในวันหน้า
Leave a Reply