
รักษาโรคซึมเศร้าต้องกินยาหรือไม่กินแล้วช่วยอย่างไรรักษาโรคซึมเศร้าต้องกินยาหรือไม่ กินแล้วช่วยอย่างไรหาคำตอบ การรักษาโรคซึมเศร้าจำเป็นต้องกินยาเท่านั้นจริงหรือ? รักษาโรคซึมเศร้าต้องกินยาหรือไม่โรคซึมเศร้าเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่ทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์เศร้าหมองรู้สึกเบื่อหน่ายสูญเสียความสนใจหรือความสุขในกิจกรรมต่างๆที่เคยชอบในเด็กและวัยรุ่นอาจพบอารมณ์หงุดหงิดง่ายได้เด่นชัดกว่าอารมณ์เศร้า มีความรู้สึกผิดง่าย ท้อแท้สิ้นหวังรู้สึกไม่มีพลังไม่มีสมาธิจดจ่อตัดสินใจได้ช้าลงกระสับกระส่ายหรือทำอะไรช้าลงกว่าปกติอยากรับประทานมากขึ้นหรือลดลงอย่างมากมีปัญหาการนอนหลับอาจมีความคิดฆ่าตัวตายหรืออยากทำร้ายตนเองอาการเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นเป็นเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์และมีผลกระทบต่อการทำงานการใช้ชีวิตประจำวันหรือการเข้าสังคมของผู้ป่วยการเริ่มต้นการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยยามักจะพิจารณาจากความรุนแรงของอาการผู้ที่มีอาการซึมเศร้าในระดับปานกลางถึงรุนแรงอาจได้รับการแนะนำให้ใช้ยาตั้งแต่ในช่วงแรกของการรักษาเนื่องจากยาสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างชัดเจนกลุ่มยาหลักที่ใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคซึมเศร้าซึมเศร้ามีหลายชนิด แต่ละชนิดมีกลไกการทำงานและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน กลุ่มยาหลักที่ช่วยปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมองของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้า มีดังนี้ Selective Serotonin Reuptake Inhibitors (SSRIs) เป็นกลุ่มยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดเนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อยกว่าประเภทอื่น เช่น เซอร์ทราลีน (Sertraline, Zoloft, Serlift), เอสซิทาโลแพรม (Escitalopram, Lexapro), และฟลูออกซิทีน (Fluoxetine, Prozac, Fulox) Serotonin and Norepinephrine Reuptake Inhibitors (SNRIs) ยากลุ่มนี้ทำงานโดยการเพิ่มระดับเซโรโทนินและนอร์เอพิเนฟรีนในสมอง เช่น เวนลาแฟกซีน (Venlafaxine, Effexor) และดูลอกซิทีน (Duloxetine, Cymbalta) Tricyclic Antidepressants (TCAs) ยากลุ่มนี้เป็นยาต้านเศร้ารุ่นแรกๆที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มักมีผลข้างเคียงมากกว่าประเภทอื่นๆ เช่น อะมิทริปไทลีน (Amitriptyline, Elavil) และอิมิพรามีน (Imipramine, Tofranil) Monoamine Oxidase Inhibitors (MAOIs) ยากลุ่มนี้เป็นยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มแรกๆเช่นเดียวกันกับ TCAs แต่ปัจจุบันใช้น้อยลงเนื่องจากมีผลข้างเคียงในเรื่องการรับประทานอาหารและการมีการทำปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นๆ Atypical Antidepressants ยาในกลุ่มนี้ไม่ตกอยู่ในหมวดหมู่ข้างต้นและมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน เช่น บูโพรเปียน (Buproprion, Wellbutrin) ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสารสื่อประสาทโดปามีนและนอร์เอพิเนฟรีน ผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้ เมื่อใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคซึมเศร้ามีผลข้างเคียงที่อาจแตกต่างกันไปตามประเภทของยา ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากยาต้านซึมเศร้า ได้แก่ อาการปวดศีรษะและคลื่นไส้ ผู้ใช้บางรายอาจพบอาการปวดหัวและคลื่นไส้ในช่วงแรกของการรักษาซึ่งมักจะหายไปภายใน 1 – 2 สัปดาห์เมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับยา น้ำหนักตัวยาเพิ่มขึ้นหรือลดลงส่งผลผลกระทบต่อการนอนหลับ อาจมีทั้งอาการนอนไม่หลับหรือง่วงนอนมากผิดปกติผู้ใช้บางรายอาจพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในด้านความต้องการทางเพศหรือความสามารถทางเพศส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น ปากแห้ง ท้องผูก ท้องเสียผู้ป่วยอาจรู้สึกเหนื่อยล้าหรือไม่มีแรงมากกว่าปกติในช่วงแรกของการปรับยารักษาโรคซึมเศร้าการเริ่มใช้ยาต้านซึมเศร้าควรมีการดูแลและติดตามผลข้างเคียงโดยแพทย์เพื่อปรับยาหรือรักษาอาการที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาหรือใช้ยาต้านซึมเศร้าควรมีการพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจอย่างชัดเจนและสามารถจัดการกับผลข้างเคียงได้ทันท่วงทีความเข้าใจผิดที่คนส่วนใหญ่มีต่อการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้ายังมีความเข้าใจผิดหลายประการที่อาจทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวลังเลใจไม่กล้าที่จะเริ่มการรักษาด้วยยาความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยมีดังต่อไปนี้ยารักษาโรคซึมเศร้าคือ ยาที่ทำให้มีความสุขข้อเท็จจริงยารักษาโรคซึมเศร้าไม่ได้สร้างความสุขโดยตรงแต่ทำงานโดยการปรับสมดุลของระดับสารสื่อประสาทในสมอง เพื่อช่วยบรรเทาอาการของโรคซึมเศร้าและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีสภาพจิตใจปกติเพื่อพร้อมเผชิญปัญหาต่างๆได้อย่างเต็มศักยภาพ ยารักษาโรคซึมเศร้าทำให้เสพติด ข้อเท็จจริงแม้ว่าการหยุดยาอย่างกะทันหันอาจนำไปสู่อาการถอนยา เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ แต่ยารักษาโรคซึมเศร้าไม่ได้ทำให้เสพติดร่างกายไม่ได้ต้องการเพิ่มปริมาณการใช้ยาสูงขึ้นเรื่อยๆแบบยาเสพติด ยารักษาโรคซึมเศร้าจะเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ ข้อเท็จจริง ยารักษาโรคซึมเศร้าช่วยลดอาการของโรคซึมเศร้า ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนกลับมาเป็นตัวเองมากขึ้นในช่วงก่อนป่วย เช่น หงุดหงิดลดลงกลับมามองโลกในแง่ดีและตรงตามความเป็นจริง ประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงานดีขึ้น ยาเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของผู้ป่วยเพียงแค่ช่วยทุเลาอาการของโรค การใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าเป็นเครื่องหมายของความอ่อนแอ ข้อเท็จจริง การใช้ยาเพื่อการรักษาสุขภาพจิตไม่ต่างจากการใช้ยาในการรักษาโรคทางกาย เช่น โรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ มันเป็นการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอหากเริ่มใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า ต้องใช้ยาไปตลอดชีวิต ข้อเท็จจริง หลายคนอาจใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าในระยะเวลาที่แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละบุคคล บางคนอาจต้องใช้ยาเพียงช่วงสั้นๆในขณะที่บางคนอาจต้องการระยะเวลานานหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยการใช้ยามากขึ้น และเห็นได้ว่าการรักษาโรคซึมเศร้านั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว รวมถึงผู้ที่มีอาการเกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจอื่น ๆ ซึ่งถูกเรียกว่า ผู้ป่วยจิตเวช พวกเขาเหล่านี้สามารถรักษาอาการป่วยทางใจ และกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติเช่นเดียวกับทุกคนในสังคมได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/pitimentalhealth
Leave a Reply