รับประทานแอสไพรินทุกวันอาจนำไปสู่อาการหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมองได้เลย

แอสไพริน เป็นยาในกลุ่ม Non Steroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs) โดยมีฤทธิ์ยับยั้งสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ ชื่อว่า Cyclooxygenase (COX) ทำให้อาการอักเสบ อาการปวด บวม แดง ลดไข้ และป้องกันการเกิดหลอดเลือดอุดตัน โดยแอสไพรินมีทั้งรูปแบบเม็ดธรรมดา และเม็ดฟูละลายน้ำ สำหรับแอสไพรินถือเป็นตัวยาที่ใช้กันทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวยาที่มีประสิทธิภาพดี ในขณะที่ข้อเสียที่ควรระวังก็คือ แอสไพรินมีผลค้างเคียงทำให้มีเลือดออกในช่องท้องและกระเพาะอาหาร รวมทั้งมีฤทธิ์สลายลิ่มเลือด ซึ่งมีผลทำให้เกล็ดเลือดเกาะกลุ่ม กันได้ยากมากขึ้นนั่นเอง

เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สูงอายุที่กำลังกินยาแอสไพริน หรือกินแอสไพรินเป็นประจำได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการกินยาแอสไพริน มีการศึกษาของ Annals of Internal Medicine เก็บผลสำรวจผู้ใหญ่จำนวน 18,000 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จากประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โดยจำนวนครึ่งหนึ่งกินยาแอสไพรินวันละ 100 มิลลิกรัม ซึ่ง เป็นขนาดต่ำ และอีกครึ่งหนึ่งกินยาหลอก โดยติดตามผลจากพวกเขาเป็นระยะเวลา 5 ปี

ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่รับประทานแอสไพรินมีโอกาสเป็นโรคโลหิตจางมากกว่าผู้ที่ไม่ได้กินถึง 20% จากผลการวิจัย นักวิจัยประเมินว่า 24% ของผู้สูงอายุในกลุ่มที่ได้รับแอสไพรินทุกวัน จะเกิดภาวะโลหิตจางภายใน 5 ปี เทียบกับ 20% ของกลุ่มที่ได้รับยาหลอก

การศึกษานี้ยังชี้ให้เห็นอีกว่า แอสไพรินทำให้เลือดจับตัวเป็นก้อนยากขึ้น เพราะจะทำให้เกล็ดเลือดไม่เกาะกัน อีกทั้งยังสกัดกั้นเอนไซม์ที่เรียกว่า Cox-1 ซึ่งมีความสำคัญต่อการบำรุงเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ เมื่อเกราะป้องกันนี้เสียหาย เลือดปริมาณเล็กน้อยจะรั่วไหลออกจากลำไส้ได้ง่ายกว่าเมื่อเวลาผ่านไป และในที่สุดก็ทำให้เกิดโรคโลหิตจางตามมานั่นเอง

สรุปว่า ยาแอสไพรินควรกินตามที่แพทย์แนะนำ และไม่ควรกินเองเมื่อมีอาการ เพราะลักษณะของผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น ควรได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะถือว่าดีที่สุด

ที่มา : https://web.facebook.com/photo/?fbid=292239750019069&set=a.260039243239120


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *