
เมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงต่อเนื่องความเสี่ยงของภาวะลมแดดหรือ Heat stroke เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยเฉพาะในผู้สูงอายุเด็กเล็กผู้มีโรคประจำตัวและผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ภาวะนี้ไม่ใช่แค่อ่อนเพลียจากอากาศร้อนแต่เป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสและอาจกระทบสมองหัวใจและอวัยวะสำคัญอย่างรวดเร็ว
ทำไมผู้สูงอายุจึงเสี่ยงมากกว่า?
ผู้สูงอายุมักมีความสามารถในการปรับอุณหภูมิร่างกายลดลงความรู้สึกกระหายน้ำไม่ชัดเจน และบางรายมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาที่กระทบสมดุลน้ำในร่างกายจึงอาจขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่ดี
แนวทางป้องกันที่ทำได้ทันที
1. ดื่มน้ำสม่ำเสมอแม้ไม่รู้สึกกระหายจิบน้ำตลอดวันโดยเฉพาะผู้สูงอายุควรตั้งเวลาเตือนดื่มน้ำข้อควรระวังผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวโรคไตหรือแพทย์สั่งจำกัดน้ำควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มปริมาณน้ำ
2. ลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุดเมื่อเริ่มร้อนจัด
- เข้าห้องปรับอากาศหรือพื้นที่อากาศถ่ายเท
- อาบน้ำหรือเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ
- ใช้พัดลมช่วยระบายความร้อน
3. หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงแดดแรงโดยเฉพาะเวลา 11.00–16.00 น. หากจำเป็นต้องออกแดดควรสวมเสื้อผ้าสีอ่อนระบายอากาศดีใส่หมวกและพักเป็นระยะ
4. สังเกตสัญญาณอันตรายอาการเตือนของฮีทสโตรกได้แก่ตัวร้อนจัดผิวแห้งไม่มีเหงื่อ เวียนศีรษะสับสนพูดไม่ชัดชักหรือหมดสติหากพบอาการเหล่านี้ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
ความต่างที่ต้องรู้เพลียแดด vs ฮีทสโตรก
ภาวะเพลียแดด Heat exhaustion ยังมีเหงื่อออกและรู้สึกอ่อนแรงแต่หากปล่อยไว้โดยไม่จัดการ อาจลุกลามเป็นฮีทสโตรกซึ่งรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตได้การป้องกันฮีทสโตรกไม่ซับซ้อนแต่ต้องทำก่อนไม่ใช่รอให้เกิดอาการแล้วค่อยแก้โดยเฉพาะในช่วงที่อุณหภูมิสูงผิดปกติจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงการดูแลตนเองและคนในครอบครัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุคือการลดความเสี่ยงที่ได้ผลที่สุด
Leave a Reply