รับมือสังคมสูงวัยระดับสุดยอดถอดรหัสเสาหลักอยู่ดีรักษาดีเลือกได้ดีวางแผนดี เพื่ออนาคตที่ไม่สะดุด

เมื่อพูดถึงความท้าทายครั้งใหญ่ของประเทศไทยในปัจจุบันหลายคนอาจนึกถึงเรื่องเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยีที่พลิกผัน แต่ในความเป็นจริงแล้วการเปลี่ยนแปลงที่กำลังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างประเทศอย่างลึกซึ้งที่สุดกลับคือการที่คนไทยมีอายุยืนยาวขึ้นจนกำลังก้าวสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด Super-Aged Society ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ชี้ว่าสัดส่วนผู้สูงอายุในไทยพุ่งทะยานเกินร้อยละ 20 และกำลังจะข้ามผ่านสู่ระดับร้อยละ 28 ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้าการมีอายุยืนยาวขึ้นนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่ภาพรวมของตลาดแรงงานหรือระบบสาธารณสุขเท่านั้นแต่กำลังเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตของคนทุกช่วงวัยอย่างสิ้นเชิงจากเดิมที่โฟกัสเพียงการรักษาโรคสู่การตั้งคำถามว่าเราจะอยู่อย่างไรให้มีคุณภาพตลอดช่วงชีวิตที่เหลือ? เจาะลึก 4 มิติเพื่อการเตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัยการสร้างความมั่นคงในวัยย่างก้าวที่ยาวนานขึ้นจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการใน 4 มิติสำคัญ ดังนี้ครับ

1. ‘อยู่ดี’ ตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง (Preventive Healthcare)

การมีชีวิตยืนยาวไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดอีกต่อไปหากช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับโรคเรื้อรังหรือข้อจำกัดทางกาย การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในยุคนี้จึงเป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพประจำปีการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์การออกกำลังกายและการนอนหลับพักผ่อนซึ่งนอกจากจะช่วยคงความแข็งแรงแล้วยังช่วยตัดวงจรค่าใช้จ่ายก้อนโตในการรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยในอนาคต

2. รักษาดีด้วยการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Treatment)

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ช่วยให้เราตรวจพบโรคได้เร็วและแม่นยำขึ้นทว่านิยามของการรักษาที่ดีในปัจจุบันได้ก้าวข้ามขอบเขตของการใช้ยาหรือเทคโนโลยีซับซ้อนแต่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจของผู้รับบริการการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการดูแลแบบองค์รวมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการเฉพาะบุคคลเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุด

3. เลือกได้ดีบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง (Empowerment through Data)

สิทธิในการเลือกแนวทางชีวิตและสุขภาพของตนเองจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ในยุคที่ตัวเลือกด้านสุขภาพมีหลากหลายการเข้าถึงข้อมูลที่เข้าใจง่ายน่าเชื่อถือและสามารถนำมาปรับใช้ได้จริงจึงเป็นเกราะคุ้มกันสำคัญที่ช่วยให้เราและครอบครัวสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจไม่เว้นแม้แต่การพูดคุยเปิดอกถึงความต้องการในบั้นปลายกับคนใกล้ตัว

4. วางแผนดีผสานสุขภาพและการเงินเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน (Financial & Health Well-being)

เส้นแบ่งระหว่าง “สุขภาพ” กับ “การเงิน” ในยุคสังคมสูงวัยแทบจะหลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกันข้อมูลจากสภาพัฒน์ฯ เคยสะท้อนมุมมองที่น่าตกใจว่าผู้สูงอายุไทยกว่า 41% มีเงินออมต่ำกว่า 50,000 บาท และกว่า 78% มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ซึ่งตอกย้ำว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นตามวัยทั้งการตรวจเชิงป้องกันการฟื้นฟูหรือการดูแลระยะยาว หากไม่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีย่อมสั่นคลอนความมั่นคงในชีวิตได้

ทางเลือกเพื่อชีวิตที่ออกแบบได้ในทุกช่วงวัย เมื่อตระหนักว่าการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดต้องทำตั้งแต่วันที่มีโอกาสภาคส่วนต่างๆจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนคุณภาพชีวิตของคนไทยให้รอบด้านยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับแนวทางของ เคทีซี (KTC) ที่มองว่า Financial Well-being ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเงินออมแต่คือการมีสุขภาพที่ดีและการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจผ่านการพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนต่างๆ เช่น KTC Wellness Hub ที่รวบรวมข้อมูลและสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพให้เข้าถึงง่ายและ KTC Insure+ ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงและวางแผนความคุ้มครองให้สอดรับกับแต่ละช่วงชีวิต

สรุป: การก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเราเริ่มต้นปรับมุมมองและเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้เป้าหมายไม่ใช่แค่การมีอายุยืนยาวขึ้นแต่คือการได้อยู่ดีในวันที่แข็งแรงได้รับการดูแลที่เหมาะสมและเป็นผู้กำหนดอนาคตของตัวเองได้อย่างแท้จริงครับ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *