
เขื่อน ฝายชะลอน้ำ และสิ่งกีดขวางอื่น ๆ เกือบ 500 แห่งถูกรื้อถอนออกจากแม่น้ํายุโรปปี 2023 มากกว่าปี 2022 ก่อนหน้า 50% ตามตัวเลขที่รวบรวมโดยองค์กร Dam Removal Europe โดยฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีการรื้อถอนมากสุดกว่า 156 ครั้ง ตามด้วยสเปน สวีเดน และเดนมาร์ก สหราชอาณาจักรเองได้รื้อถอนไป 36 แห่ง หลายสิบปีที่ผ่านมา มีการสร้างฝาย ประตูระบายน้ำ และเขื่อนจำนวนมาก เพื่อสำรองไว้อุปโภคบริโภค ทำเกษตร บรรเทา น้ำท่วม หรือผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ก็ส่งผลกระทบอย่างมาก ทั้งการสูญเสียป่า การเคลื่อนที่ของมวลน้ำ ตะกอน และกีดกันสัตว์น้ำอพยพ วางไข่ จากปัญหาดังกล่าว หลายประเทศจึงทำการรื้อถอนเขื่อนกันมากขึ้นอย่างในยุโรป มีเขื่อน และฝายระบายน้ำหลายแห่งที่ไม่จําเป็นอีกต่อไปประมาณ 150,000 แห่ง ที่ล้วนยาว 1.2 เมตร
และในสหภาพยุโรปมีกฎหมายฟื้นฟูธรรมชาติ มีเป้าหมายที่จะเชื่อมต่อแม่น้ําที่ถูกตัดขาด 25,000 กม. ภายในปี 2030 แต่การบรรลุเป้าหมายนี้ “จะต้องมีการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการฟื้นฟูแม่น้ํา” และเขื่อนที่ว่าไม่ใช่แค่เขื่อนใหญ่ๆแต่เขื่อนเล็กๆด้วย “การรื้อถอนเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆ เรามีสิ่งกีดขวางสายน้ำเป็นแสนๆ แห่ง เขื่อนส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ และระดับน้ำ ทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้หาดหายไป ทำให้ประชากรปลาอพยพลดน้อยลงหรือแม้กระทั่งสูญพันธุ์ เขื่อนสิ่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นหากเขื่อนและฝายไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เราไม่ควรที่จะส่งภาระนี้ต่อให้รุ่นลูกหลานในอนาคต” Fernández Garrido จากมูลนิธิ World Fish Migration Foundation เผย โครงการรื้อถอนเขื่อนยุโรป Dam Removal Europe เป็นความร่วมมือระหว่าง 6 องค์กร คือ World Fish Migration Foundation, WWF, the River Trust และ Rewilding Europe ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูแม่น้ำให้มีสุขภาพที่ดี ไหลเวียนอย่างอิสระ ด้วยประชากรปลาน้ำจืดที่ลดลง การฟื้นฟูแม่น้ำให้ไหลอย่างอิสระตามธรรมชาติเป็นเรื่องที่จำเป็น โดย Fernández Garrido คาดว่าปีนี้จะมีโครงการรื้อถอนเขื่อนที่เพิ่มมากขึ้น “เราอยากเห็นรัฐบาลจากทุกประเทศลงมือและสร้างแผนที่จะปล่อยให้แม่น้ำบางแห่งไหลอย่างอิสระจากสิ่งกีดขวาง
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://www.facebook.com/environman.th
Leave a Reply