รู้จักอาการ ‘บ้านหมุน’ (Vertigo)ที่ 1 ใน 10 ของประชากรโลกต้องเป็นสักครั้งในชีวิตซึ่งมันมีวิธีรักษาง่ายๆให้หายขาดโดยไม่ต้องกินยาหรือผ่าตัดทั้งนั้น

สำหรับคนมีอายุหน่อยที่เริ่มรักษาสุขภาพ การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นเรื่องปกติมากๆ อย่างไรก็ดีมันก็มีความเจ็บป่วยจำนวนไม่น้อยที่การตรวจสุขภาพประจำปีจะไม่เจอ แต่มันก็อาจเกิดขึ้นกับเราได้ และภาวะบ้านหมุนหรือ ‘Vertigo’ ก็คือหนึ่งในอาการนั้น แล้วอะไรคือ ‘บ้านหมุน’ มันต่างจากการ ‘เวียนหัว’ ปกติอย่างไร? จริงๆ ยังไม่มีความชัดเจนเท่าไหร่ มนุษย์เรา ‘เวียนหัว’ ได้จากหลายสาเหตุมากๆ และก็น่าจะเรียกได้ว่าทุกคนในโลกนี้ที่โตมา ยังไงก็ต้องเคย ‘เวียนหัว’ สักครั้ง แต่โดยทั่วไป ถ้าการเวียนหัวมันหายไปภายในไม่กี่นาที หรือนอนหลับไปแล้วมันไม่กลับมาอีก เราก็จะไม่ถือว่ามันเป็นการ ‘เจ็บป่วย’ อะไร แล้ว ‘บ้านหมุน’ คืออะไร? บ้านหมุนคือคำเรียกอาการเวียนหัวรุนแรง ที่ความรู้สึกจะเหมือน ‘ภาพ’ รอบตัวมันหมุนทั้งๆ ที่ตัวเราอยู่นิ่ง หรือพูดง่ายๆ คือเรารู้สึกเหมือนกำลังหมุนตัวทั้งๆ ที่ตัวเราอยู่เฉยๆ และโดยทั่วไปเราจะนับว่าเป็นการเจ็บป่วยก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นแพตเทิร์น ซึ่งปกติก็จะเกิดตอนเราลุกขึ้นหรือนอนลง เกิดตอนพลิกตัวระหว่างนอน หรือเกิดตอนเราหันเร็วๆ เป็นต้น โดยทั่วไปแล้ว ภาวะแบบนี้มักจะเกิดจากความผิดปกติในส่วนที่เรียกว่า ระบบการทรงตัว (Vestibular System) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ‘หูชั้นใน’ ถ้าเราไปค้น ‘สาเหตุ’ ของภาวะนี้บนอินเทอร์เน็ต เราก็อาจเจอได้ตั้งแต่โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Ménière’s Disease) การติดเชื้อไวรัสในหูชั้นใน ไปจนถึงภาวะเบาๆ อย่างการนอนไม่พอ และการเมารถเมาเรือ และภาวะหนักๆ อย่างภาวะเส้นเลือดในสมองตีบแต่ในความเป็นจริง ที่มีการเก็บสถิติมาทั้งโลกสาเหตุภาวะ ‘บ้านหมุน’ ส่วนใหญ่ราวๆ เกือบครึ่ง คือภาวะที่ชื่อภาษาอังกฤษยาวๆ ว่า ‘Benign Paroxysmal Positional Vertigo’ จนต้องย่อว่า BPPV ถ้าจะเรียกเป็นภาษาไทยมันก็คือภาวะที่หินปูนในหูชั้นในหลุดไปอยู่ผิดที่ โดยภาวะบ้านหมุนแบบนี้คือภาวะที่เราจะรู้สึกถึงภาวะ ‘บ้านหมุน’ เวลาเปลี่ยนท่าทางเร็วๆ แต่ภาวะนี้จะอยู่ไม่ถึง 1 นาที เนื่องจากมันเป็นภาวะที่พบได้มากสุด ถ้าคนเป็น ‘บ้านหมุน’ จริงจัง บุคลากรทางการแพทย์ (ซึ่งบางทีอาจเป็นนักกายภาพบำบัด ไม่ใช่หมอ) จะลองเช็กเลยว่าเป็น BPPV ไหม วิธีการเช็กคือเขาจะให้เราเอียงหัวแล้วนอนลงเร็วๆ (มีคำเรียกการทดสอบแบบนี้ว่า Dix–Hallpike Test) แล้วดูว่าเรามีภาวะ ‘ตากระตุก’ หรือไม่? ถ้ามีก็เรียบร้อย เป็น BPPV แน่ๆ และไม่ต้องแปลกใจ คนเป็นกันเยอะ และการรักษาทั่วไปคือไม่ต้องกินยาและไม่ต้องผ่าตัดด้วย วิธีรักษานั้นจะมี ‘ท่ากายภาพ บำบัด’ เป้าหมายเพื่อเป็นการพลิกหัวไปมาให้หินปูนที่อยู่ผิดที่ กลับไปอยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่ในหูชั้นใน โดยจะมีหลายท่าด้วยกัน เช่น Epley Maneuver, Half Somersault Maneuver, Lempert Maneuver, Deep Head Hanging Maneuver, Semont Maneuver เป็นต้น หากไปค้นใน YouTube หรือ TikTok จะเจอคลิปคนสอนทำมากมาย แต่ดุ่มๆ ทำตามแล้วก็อาจไม่หาย เพราะถ้าเราไม่ได้รับการวินิจฉัยชัดๆ ว่าหินปูนมันอยู่ตรงไหน หรือมันอยู่ผิดที่ยังไง เราจะใช้ท่าผิด แล้วก็จะไม่หาย แต่ถ้าให้หมอหรือนักกายภาพบำบัดวินิจฉัย เขาจะดูตอนทดสอบว่าตาเรากระตุกไปทางไหน แล้วก็จะระบุได้เลยว่าต้องใช้ท่าไหนในการรักษา
การรักษาโดยทั่วไปคือทำทีเดียวจบเลย ไม่ต้องไปหลายรอบ ดังนั้นถ้าใครมีอาการพวกนี้หนักๆ แล้วมันรบกวนชีวิตก็ไปรักษาเถอะแต่อีกด้านก็ต้องเข้าใจว่าโดยทั่วไปภาวะบ้านหมุนแบบ BPPV ถ้าแบบเบาๆ เขาก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย บางคนไม่รักษาด้วยซ้ำ คืออยู่กับอาการไปก็ใช้ชีวิตปกติได้ แค่ต้องไม่ลุกหรือพลิกตัวเร็วๆ แต่ก็ต้องเข้าใจเช่นกันว่าทั่วๆ ไปเขาก็จะถือว่ามันหายเองได้ยาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องมีกายภาพบำบัดเฉพาะทางดังที่ว่ามา และอย่างที่บอกว่ามันก็ไม่ได้รักษายากเพราะถ้าได้รับการวินิจฉัยที่และทำท่ากายภาพที่ถูกต้องแล้ว หินปูนก็จะกลับเข้าที่ บางทีทำทีเดียวหายเลย หรืออาจต้องสองถึงสามครั้ง เป็นต้น สุดท้ายก็ต้องเข้าใจอีกว่า ในจักรวาลของภาวะ ‘บ้านหมุน’ มันมีความเจ็บป่วยอย่างอื่นที่หนักหนากว่า BPPV เช่นกัน ที่ผู้เชี่ยวชาญดูอาการก็จะแยกได้เลย เช่นถ้าภาวะบ้านหมุนไม่หายไปภายใน 1 นาที และเป็นยาวๆ เกือบครึ่งชั่วโมง มีอาการปวดหูหรือได้ยินเสียงวิ้งๆ ร่วมด้วย มันก็อาจเป็นภาวะที่หนักกว่าอย่าง น้ำในหูไม่เท่ากัน หรือการติดเชื้อไวรัสในหูชั้นใน ส่วนถ้ารู้สึกถึงภาวะ ‘บ้านหมุน’ พวกนี้โดยตาไม่กระตุก เขาก็จะสันนิษฐานว่ามันไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นใน แต่เกิดจากความผิดปกติที่สมองเลย ซึ่งนั่นคือเรื่องใหญ่
แต่ก็ต้องเน้นว่าถ้าเราไปอ่านข้อมูล ‘ความเป็นไปได้’ ในอินเทอร์เน็ตมากเกินไป บางทีเราก็จะคิดใหญ่โตว่าเราเป็นอะไร ‘หนัก’ หรือเปล่า เช่นว่าบางคนรู้สึกมีอาการอะไรแปลกๆ ลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดูก็อาจคิดว่าตัวเองเป็น ‘มะเร็ง’ ทั้งที่จริงๆ มะเร็งไม่ใช่สาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะผิดปกติ แค่คนที่ไปค้นเองจะชอบจินตนาการ ‘สถานการณ์ที่แย่ที่สุด’ ทั้งที่จริงๆ เรามักจะไม่ได้เป็นอะไรหนักขนาดนั้น ภาวะบ้านหมุนก็เช่นกัน มันเกิดจาก BPPV มากกว่าความผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง หรือกระทั่งภาวะน้ำในหูไม่เท่ากันแน่ๆแต่บางทีคนมีอาการก็คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะอาการเจ็บป่วยหนักๆ ที่มักเกิดไม่บ่อยมันเป็นที่รู้จักมากกว่าพวกอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ที่คนมักเป็นกัน และนี่ก็ไม่แปลกเลยที่คนส่วนใหญ่จะรู้จัก BPPV เป็นครั้งแรกในชีวิตจากข้อเขียนนี้ แต่กลับเคยได้ยินน้ำในหูไม่เท่ากันมาบ่อยกว่าแต่เอาเป็นว่าอะไรที่ไม่มั่นใจ หรือหากรู้สึกว่าร่างกายเราผิดปกติไป ลองไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/brandthink.me


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *