
หลายคนอาจเพิ่งเคยได้ยินชื่อไวรัสไซโตเมกาโล (Cytomegalovirus หรือ CMV) หรือที่รู้จักกันในชื่อไวรัสเริมชนิดที่ 5 ซึ่งแม้จะเป็นไวรัสที่พบได้ทั่วไปและมักไม่มีอาการในคนสุขภาพดีแต่สำหรับผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือผู้ที่ต้องรับยากดภูมิคุ้มกันไวรัสชนิดนี้กลับเป็น “ภัยเงียบ” ที่อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ CMV ไวรัสแฝงตัวตลอดชีวิต ไวรัส CMV เป็นไวรัสในตระกูล Herpesviridae เช่นเดียวกับไวรัสเริมที่เราคุ้นเคยมีอัตราการติดเชื้อในประชากรทั่วโลกสูงถึง 24-100% โดยเมื่อติดเชื้อครั้งแรก ร่างกายจะเก็บไวรัสนี้ไว้ในภาวะ “แฝง” ตลอดชีวิตซึ่งในภาวะปกติระบบภูมิคุ้มกันของเราจะทำหน้าที่ควบคุมไวรัสนี้ไว้ได้ แต่หากร่างกายมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำลงไวรัสตัวนี้อาจกลับมาทำงานอีกครั้ง (Reactivation) และลุกลามจนสร้างความเสียหายต่ออวัยวะสำคัญ เช่น ปอด ลำไส้ หรือระบบทางเดินอาหารได้ก้าวสำคัญของรามาธิบดีพยากรณ์ภัยด้วย “T-cell” รศ.นพ.ทรงพล เกษสุวรรณ อาจารย์แพทย์จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลได้เผยความสำเร็จในการต่อยอดงานวิจัยจากการดูแลผู้ป่วยปลูกถ่ายตับกว่า 200 ราย โดยพบว่าผู้ป่วยเด็กที่ปลูกถ่ายตับกว่า 50% มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ CMV เนื่องจากจำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันร่างกายต่อต้านอวัยวะใหม่ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงจุดเปลี่ยนสำคัญคือการศึกษาการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด T-cell ซึ่งเปรียบเสมือนทหารเอกของร่างกายที่มีหน้าที่ตรวจจับและยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าหากเราสามารถตรวจวัดระดับ T-cell ที่จำเพาะต่อเชื้อ CMV ได้ เราจะสามารถพยากรณ์หรือคาดการณ์ความเสี่ยงการติดเชื้อของผู้ป่วยล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้นทำให้แพทย์วางแผนการรักษาและป้องกันด้วยยาต้านไวรัสได้ทันท่วงทีช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เกร็ดความรู้และคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้อ่าน
- กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังนอกจากผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะแล้วผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอื่นๆ เช่น ผู้ที่อยู่ระหว่างการทำเคมีบำบัดหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันควรดูแลสุขภาพเป็นพิเศษและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- การดูแลตัวเองเบื้องต้นสำหรับคนทั่วไปการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนอนหลับเพียงพอ และลดความเครียดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสมดุลภูมิคุ้มกันเพื่อไม่ให้ไวรัสแฝงเหล่านี้กลับมาทำร้ายร่างกายเราได้
- สัญญาณเตือนหากมีอาการไข้สูงเรื้อรังอ่อนเพลียผิดปกติหรือมีปัญหาด้านการขับถ่าย/ระบบทางเดินอาหารในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีอย่าปล่อยไว้จนเรื้อรังครับ
Leave a Reply