
เมื่อพูดถึง “ปลา” เรามักนึกถึงแหล่งโปรตีนชั้นดีและกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงหัวใจและสมองแต่ทราบหรือไม่ครับว่าวิธีการปรุงปลานั้นสำคัญพอๆกับตัววัตถุดิบหากใช้วิธีที่ผิดของดีอาจกลายเป็นโทษที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงได้โดยเฉพาะโรคมะเร็งชนิดต่างๆ
3 รูปแบบการปรุงปลาที่ควรระวัง
แม้ปลาจะเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีเยี่ยมแต่หากผ่านกระบวนการปรุงต่อไปนี้บ่อยครั้งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้
- ปลาย่างและปลาเผาที่ไหม้เกรียมกระบวนการย่างด้วยความร้อนสูงจนเกิดรอยไหม้จะทำให้เกิดสาร PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง อีกทั้งความร้อนสูงยังทำลายคุณค่าทางโภชนาการของโอเมก้า 3 ที่อยู่ในเนื้อปลาไปจนหมดสิ้น
- ปลาเค็มและปลาแห้งผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการหมักเกลือและตากแห้งมักมีสารไนไตรต์ (Nitrite) เป็นส่วนประกอบ ซึ่งในร่างกายของเราสารตัวนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นไนโตรซามีน (Nitrosamine) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่มีความรุนแรง
- ปลาดิบหรือก้อยปลาความเสี่ยงหลักคือพยาธิใบไม้ตับซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายและไปฝังตัวอยู่ในตับทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนนำไปสู่ภาวะตับแข็งและอาจพัฒนาเป็นโรคมะเร็งตับในที่สุด
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อการทานปลาอย่างปลอดภัยเพื่อให้ได้รับคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดโดยปราศจากความเสี่ยงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ดังนี้
- เปลี่ยนวิธีการปรุงแนะนำให้ใช้การต้มนึ่งหรือผัดด้วยน้ำมันน้อยแทนการย่างหรือเผาด้วยไฟแรงเพราะเป็นวิธีที่คงคุณค่าโอเมก้า 3 ไว้ได้ดีที่สุดและไม่ก่อให้เกิดสารก่อมะเร็ง
- เน้นความสุกสะอาดหลีกเลี่ยงการทานปลาน้ำจืดแบบดิบโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อพยาธิ
- จำกัดปริมาณปลาแปรรูปปลาเค็มหรือปลาแห้งควรทานแต่น้อยไม่ควรทานเป็นเมนูหลักในชีวิตประจำวันเนื่องจากมีปริมาณโซเดียมสูงซึ่งส่งผลเสียต่อความดันโลหิตและไต
การเลือกทานปลาที่สดใหม่และปรุงสุกด้วยวิธีที่เหมาะสมคือจุดเริ่มต้นง่ายๆที่ช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากปลาอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องแลกกับความเสี่ยงเรื่องสุขภาพครับ
Leave a Reply