
มาเช็คปัญหาการนอนหลับไม่สนิท นอนกรน สะดุ้งตื่นกลางดึก ได้ด้วยการตรวจ Sleep Test ที่โรงพยาบาลศิริราชการทดสอบการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นที่ยอมรับว่าเป็นการตรวจมาตรฐาน (Gold standard) ที่ใช้วิธีวิเคราะห์การทำงานของระบบต่างๆของร่างกายขณะนอนหลับและสังเกตพฤติกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นขณะหลับโดยเฉพาะโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ OSA (Obstructive Sleep Apnea) และโรคจากการนอนหลับอื่นๆใครควรได้รับการตรวจ Sleep Test บ้างนะ 1. ผู้ที่มีปัญหานอนกรนผิดปกติ หรือ มีอาการนอนหลับไม่สนิท (รวมถึงอาการ : หายใจลำบากสำลักสะดุ้งตื่น ตื่นบ่อยหรือมีคนรอบข้างสังเกตเห็นการหยุดหายใจขณะหลับ) 2. ผู้ที่มีอาการง่วงนอนในเวลากลางวัน หรืออาการอ่อนเพลียเหมือนหลับไม่เต็มอิ่ม (ตลอดจนพฤติกรรมแปลก ๆ : แขนขากระตุก นอนกัดฟัน นอนละเมอ ฝันร้าย ) 3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว : โรคความดันโลหิตสูง / โรคหัวใจ / เบาหวาน / ไขมันในเลือดสูงน้ำหนักตัวมากผิดปกติ / มีโรคซึมเศร้ารวมถึงเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการเติบโตช้า ในปัจจุบัน Sleep Test แบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ได้แก่ 1. การตรวจการนอนหลับแบบละเอียดในศูนย์การตรวจประเภทนี้ จะทำการตรวจภายในห้องปฏิบัติของศูนย์ (Sleep Lab หรือ Center) โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดคืน จะได้ข้อมูลที่แม่นยำ เพราะวัดสัญญาณอย่างน้อย 6-7 อย่าง อาทิ การวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง / คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ / คลื่นไฟฟ้าหัวใจ / การวัดระดับออกซิเจนในเลือด / การวัดระดับลมหายใจ 2. การตรวจการนอนหลับแบบละเอียดนอกศูนย์ การตรวจประเภทนี้ นิยมทำที่บ้าน (home PSG) ที่เป็นสภาพแวดล้อมหรือห้องนอนที่ผู้ตรวจคุ้นเคยโดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ให้ แต่ไม่ได้เฝ้าระหว่างเวลาตรวจ (ลักษณะของการตรวจประเภทนี้ มีข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือใกล้เคียงกับการตรวจประเภทที่ 1) แต่วิธีนี้อาจไม่เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัวร้ายแรง 3. การตรวจการนอนหลับแบบประหยัดมีข้อมูลจำกัดการตรวจประเภทนี้จะวัดสัญญาณน้อยกว่า 4 อย่าง อาจจะมีค่าใช้จ่ายและความแม่นยำข้อมูลน้อยกว่าสองประเภทแรก 4. การตรวจขณะหลับแบบข้อมูลจำกัด การตรวจประเภทนี้ เป็นการตรวจที่ได้ข้อมูลเพียงบางส่วน ซึ่งในปัจจุบันสมาคมวิชาชีพยังไม่แนะนำให้นำไปใช้ในการวินิจฉัยโรคหรือใช้ในรักษาโรค 5. การตรวจการนอนหลับประเภทพิเศษ “Peripheral Arterial Tonometry (PAT)” การตรวจประเภทนี้ จะใช้เทคโนโลยีการตรวจที่ได้รับความนิยมทั้งประเทศไทยและต่างประเทศจะใช้เครื่องมือลักษณะคล้ายนาฬิกาที่สามารถวิเคราะห์ความผิดปกติต่าง ๆ ของการหายใจขณะหลับ (ลักษณะของการตรวจประเภทนี้ พบว่ามีความแม่นยำใกล้เคียงกับการตรวจประเภทที่ 1 และ 2) ในการตรวจ Sleep Test ควรมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการหลับที่ได้รับอนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภา (Certified Sleep Specialist) เป็นผู้ดูแลและแปลผลเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลตรวจที่เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยในการนำไปใช้เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/siriraj
Leave a Reply