
โรคพยาธิใบไม้ตับยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทยโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการทานอาหารประเภทดิบๆสุกๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลาหรือปลาดิบน้ำจืดซึ่งหากปล่อยไว้เรื้อรัง อาจลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีได้ในอนาคตล่าสุดมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยให้การคัดกรองโรคนีัเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้นนั่นคือชุดตรวจ OV-RDT หรือที่หลายคนเรียกว่า OV-ATK นวัตกรรมตรวจหาพยาธิใบไม้ตับจากปัสสาวะจุดเด่นและประสิทธิภาพของชุดตรวจ OV-RDT
- ตรวจง่ายแค่ใช้ปัสสาวะตรวจหาแอนติเจน (สารพันธุกรรม/โปรตีน) ของพยาธิที่ถูกขับออกมาในปัสสาวะไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บตัวอย่างอุจจาระแบบเดิมๆ
- ความแม่นยำสูงมีความไว (Sensitivity) สูงถึง 94.2% และมีความจำเพาะ (Specificity) ถึง 93.2% สามารถค้นหาผู้ติดเชื้อได้แม่นยำและมีโอกาสเกิดผลบวกลวงต่ำมาก
- ไม่สับสนกับพยาธิชนิดอื่นมีโอกาสเกิดผลบวกไขว้จากพยาธิชนิดอื่นเพียง 2% เท่านั้น
- มาตรฐานเทียบเท่าวิธีเดิมผลการตรวจสอดคล้องกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการมาตรฐานในระดับดีเยี่ยม
- เหมาะสำหรับการคัดกรองเชิงรุกช่วยให้การตรวจคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงจำนวนมากทำได้รวดเร็วขึ้นทำให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาด้วยยาถ่ายพยาธิได้ทันท่วงทีก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นโรคร้ายแรง
พฤติกรรมแบบไหน? ที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง
- สายทานปลาดิบน้ำจืดผู้ที่มีประวัติชอบทานปลาน้ำจืดมีเกล็ดแบบสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา, ปลาร้าดิบ, ส้มปลา, ปลาดิบ หรือปลาส้มที่หมักไม่ได้ที่
- อยู่ในพื้นที่เสี่ยงผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคพยาธิใบไม้ตับ (โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ)
- มีอาการสงสัยมีอาการแน่นท้องอืดท้องโดยเฉพาะบริเวณชายโครงขวา, อ่อนเพลีย, เบื่ออาหาร หรือตัวเหลืองตาเหลือง
คำแนะนำในการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ
- “สุก ร้อน สะอาด” ปรุงอาหารจากปลาน้ำจืดให้สุกด้วยความร้อนทั่วถึงก่อนรับประทานเสมอ (การใช้น้ำมะนาวน้ำส้มสายชูหรือเหล้าแมกหมักไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้)
- แยกอุปกรณ์ประกอบอาหารแยกเขียงและมีดระหว่างของดิบและของสุกเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
- ตรวจคัดกรองประจำปีสำหรับผู้ที่มีประวัติกินปลาดิบควรเข้ารับการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
สรุป: การรู้เท่าทันและตรวจพบพยาธิใบไม้ตับตั้งแต่ระยะแรกเริ่มสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาถ่ายพยาธิอย่างตรงจุดอย่าปล่อยให้พฤติกรรมการกินกลายเป็นภัยเงียบทำลายตับในระยะยาวนะครับ!
Leave a Reply