
เรามักถูกสอนกันมานานว่าไขมันดี (HDL) ยิ่งสูงยิ่งดีต่อร่างกายจนทำให้คนรักสุขภาพหลายคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อผลักดันตัวเลข HDL ให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ผลการศึกษาล่าสุดปี 2568 ที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับโลก European Journal of Preventive Cardiology กำลังจะเปลี่ยนความเชื่อนี้ไปอย่างสิ้นเชิงเพราะทีมนักวิจัยพบว่าภาวะไขมันดีที่สูงเกินไปอาจเป็นสัญญาณเตือนอันตรายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอย่างคาดไม่ถึงเจาะลึกงานวิจัยเมื่อพระเอกอาจเปลี่ยนเป็นผู้ร้ายทีมนักวิจัยจากศูนย์การแพทย์คาร์ดิโอเมตาบอลิก โรงพยาบาลฟู่ไว่ (Fuwai Hospital) ประเทศจีน ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งใหญ่จากธนาคารชีวภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UK Biobank) โดยติดตามกลุ่มตัวอย่างวัยผู้ใหญ่จำนวนมากถึง 429,759 คน เป็นระยะเวลายาวนานเฉลี่ย 13.8 ปี เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างระดับ HDL กับความเสี่ยงการเสียชีวิตจาก 10 อันดับสาเหตุการตายหลักของโลกผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าทึ่งมากเพราะระดับ HDL ส่งผลต่อร่างกายแบบไม่เป็นเส้นตรง (Non-linear) หมายความว่าไม่ใช่ยิ่งสูงยิ่งดีแต่มีจุดที่พอดีและที่น่าสนใจคือมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละเพศโดยแบ่งรูปแบบความเสี่ยงออกเป็น 3 แพทเทิร์นหลักๆ ดังนี้
1. กราฟรูปตัว U (U-shaped): น้อยก็แย่ มากก็อันตราย ในกลุ่มโรคเหล่านี้ ทั้งคนที่มีค่า HDL ต่ำเกินไปและสูงเกินไป จะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นทั้งคู่ ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด, การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง, มะเร็งหลอดลม/ปอด, โรคเบาหวาน และโรคไต
- เช็กด่วน! ตัวเลข “โซนปลอดภัย” (Optimal Range) ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด:
- ผู้หญิง: ควรควบคุมให้อยู่ที่ 58–74 mg/dL
- ผู้ชาย: ควรควบคุมให้อยู่ที่ 50–60 mg/dL
2. กราฟรูปตัว J (J-shaped): ยิ่งสูง ยิ่งน่ากลัวกว่าต่ำ สำหรับกลุ่มโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และโรคตับ พบว่าหากระดับ HDL สูงเกินไป ความเสี่ยงจะดีดตัวสูงขึ้นรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่ HDL ต่ำเสียอีก ซึ่งระดับ HDL ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับโรคกลุ่มนี้ค่อนข้างต่ำคืออยู่ที่ประมาณ 30–50 mg/dL เท่านั้น
3. แพทเทิร์นสลับเพศ (Sex-specific): ชาย-หญิง เสี่ยงต่างกัน ความน่าสนใจอยู่ที่ “โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)” และ “โรคอัลไซเมอร์/สมองเสื่อม” ที่มีแนวโน้มตรงกันข้ามในแต่ละเพศ
- โรคหลอดเลือดสมอง: ในผู้หญิง ยิ่งมี HDL สูงจะยิ่งดีในระดับหนึ่ง (รูปตัว L) แต่ในผู้ชาย หากสูงเกินไปความเสี่ยงจะกลับมาเพิ่มขึ้น (รูปตัว U)
- โรคอัลไซเมอร์/สมองเสื่อม: ในผู้หญิง ค่าที่สูงเกินไปหรือต่ำเกินไปล้วนไม่ดี (รูปตัว U) แต่ในผู้ชาย ยิ่งสูงกลับยิ่งส่งผลดี (รูปตัว L)
[ข้อมูลทางการแพทย์และคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อความสมดุล]
ทำไม HDL สูงเกินไปถึงส่งผลเสีย? (ข้อมูลเพิ่มเติม) ในทางการแพทย์ การที่ HDL สูงผิดปกติ (เช่น เกิน 90-100 mg/dL) มักเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครงสร้างของอนุภาค HDL ที่เปลี่ยนไปทำให้มันสูญเสียคุณสมบัติในการต้านการอักเสบและไม่สามารถนำไขมันเลวกลับไปทำลายที่ตับได้ตามปกติกลายเป็น HDL ที่ไร้ประสิทธิภาพ (Dysfunctional HDL) ดังนั้น สิ่งสำคัญในปัจจุบันคือคุณภาพและหน้าที่การทำงานของไขมันดีไม่ใช่แค่ตัวเลขปริมาณบนใบตรวจเลือด
คำแนะนำในการปฏิบัติตัวและดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี
- อย่าเพิ่งตื่นตระหนกหากผลตรวจเลือดพบว่า HDL สูงกว่าเกณฑ์เล็กน้อยอย่าเพิ่งตกใจเนื่องจากงานวิจัยนี้เก็บข้อมูลจากประชากรยุโรปซึ่งมีปัจจัยทางพันธุกรรมและวิถีชีวิตที่ต่างจากคนไทย
- ดูภาพรวมแบบองค์รวม (Holistic View) การประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดไม่สามารถดูจาก HDL ตัวเดียวได้ ต้องนำไปพิจารณาร่วมกับค่าไขมันตัวอื่น (LDL, ไตรกลีเซอไรด์) ระดับน้ำตาลในเลือดความดันโลหิตประวัติโรคในครอบครัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
- เน้นไลฟ์สไตล์ที่สมดุลวิธีการรักษาระดับ HDL ให้อยู่ในโซนปลอดภัยที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมอ (สัปดาห์ละ 150 นาที) หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ทานไขมันดีในปริมาณที่พอเหมาะ (เช่น น้ำมันมะกอก, อะโวคาโด, ปลาทะเล) และที่สำคัญคือต้องงดการสูบบุหรี่
- ปรึกษาแพทย์เฉพาะบุคคลหากคุณมีค่า HDL สูงโด่งร่วมกับมีอาการผิดปกติหรือมีประวัติโรคหัวใจในครอบครัวแนะนำให้นำผลตรวจทั้งหมดไปปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและรับคำแนะนำที่แม่นยำที่สุดครับ
เพราะสุขภาพที่ดี… คือความสมดุลที่อยู่ตรงกลาง ไม่ใช่การวิ่งไปให้สุดทาง
อ้างอิง:
- Shi, S., et al. (2025). European Journal of Preventive Cardiology.
- Madsen, C. M., et al. (2017). European Heart Journal.
Leave a Reply