
สายรักสุขภาพหลายคนเวลาเดินซูเปอร์มาร์เก็ตมักจะพุ่งตัวไปที่โซนผลไม้สดเพราะคิดว่ายังไงก็ต้องได้คุณค่าสารอาหารเต็มร้อยกว่าแบบแช่แข็งแน่นอนใช่ไหมครับ? แต่บอกเลยว่างานวิจัยล่าสุดอาจทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิด! เพราะความจริงแล้วบลูเบอร์รีแช่แข็งที่ราคาน่ารักและเก็บได้นานอาจมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าบลูเบอร์รีสดๆ เสียอีก! สรุปแล้วเรื่องนี้เป็นเพราะอะไร? เพจเราสรุปมาให้ฟังเข้าใจง่ายๆแช่แข็งแล้วสารอาหารเพิ่มขึ้น? ความจริงคือแบบนี้ครับ! ต้องอธิบายก่อนว่าการแช่แข็งไม่ได้ทำให้บลูเบอร์รีเสกสารอาหารเพิ่มขึ้นมาใหม่นะแต่ความลับมันอยู่ที่โครงสร้างเซลล์เมื่อเรานำบลูเบอร์รีไปแช่แข็งจะเกิดผลึกน้ำแข็งเล็กๆ ขึ้นภายในผลไม้ซึ่งผลึกเหล่านี้จะไปทำลายผนังเซลล์บางส่วนอย่างชาญฉลาดทำให้เมื่อปลาละลายหรือเราเคี้ยวกินร่างกายจะสามารถดึงสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวเก่งที่ช่วยบำรุงสมองหัวใจและลดการอักเสบออกมาใช้งานได้ง่ายและเต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่าเดิมนั่นเอง!
กางสูตรงานวิจัยแช่แข็งนานแค่ไหนสารอาหารยังอยู่ครบ?
- แช่แข็ง 3 เดือน งานวิจัยของ Lohachoompol และคณะพบว่าบลูเบอร์รีที่นอนนิ่งอยู่ในช่องฟรีซนานถึง 3 เดือน ยังคงรักษาปริมาณสารแอนโทไซยานินไว้ได้ดีแทบไม่ต่างจากผลสดเลยครับ
- ระวังหลังเดือนที่ 2 อีกหนึ่งงานวิจัยจาก Plumb และคณะแนะนำข้อสังเกตว่าแม้สารต้านอนุมูลอิสระจะวัดได้สูงกว่าผลสดแต่หลังจากแช่แข็งผ่านไปประมาณ 2 เดือนสารอาหารบางส่วนอาจเริ่มแพร่กระจายไปเกาะอยู่บริเวณเกล็ดน้ำแข็งบนผิวผลไม้ (เกิดจากปัญหาเกล็ดน้ำแข็งเกาะหนาหรือ Freezer Burn)
ทำไมผลไม้สดอาจไม่ได้สดและสารอาหารแน่นอย่างที่คิด?
อีกหนึ่งเบื้องหลังที่หลายคนมองข้ามคือบลูเบอร์รีสดตามชั้นวางส่วนใหญ่มักถูกเด็ดก่อนสุกเต็มที่เพื่อให้เนื้อยังแข็งทนต่อการขนส่งระยะไกล และไม่เน่าเสียก่อนถึงมือนึกศึกษาทำให้สารต้านอนุมูลอิสระในผลสดบางล็อตอาจยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ในทางกลับกันบลูเบอร์รีที่จะนำไปแช่แข็งมักจะถูกปล่อยให้สุกคาต้นจนเต็มที่ซึ่งเป็นช่วงที่สารอาหารพีคที่สุดจากนั้นจะถูกนำเข้ากระบวนการแช่แข็งอย่างรวดเร็วทันที (Flash Freezing) สารอาหารดีๆ จึงถูกล็อกเอาไว้ตั้งแต่วันแรกนั่นเองครับ
คำแนะนำเพิ่มเติมจากเพจกินบลูเบอร์รีแช่แข็งยังไงให้คุ้มค่าที่สุด?
- เลี่ยงถุงที่มีน้ำแข็งเกาะเป็นก้อนหนาเวลาเลือกซื้อในห้างลองเขย่าถุงดูครับถ้าผลบลูเบอร์รีแยกเป็นลูกๆชัดเจนแสดงว่าเก็บรักษาอุณหภูมิได้ดีแต่ถ้าจับตัวเป็นก้อนน้ำแข็งปึกใหญ่แปลว่าเคยละลายแล้วนำไปแช่ซ้ำซึ่งอาจทำให้เสียสารอาหารไปกับเกล็ดน้ำแข็ง (Freezer Burn) ได้ง่ายขึ้น
- อย่าทิ้งน้ำที่ละลายสารแอนโทไซยานินละลายได้ดีในน้ำหากนำบลูเบอร์รีแช่แข็งมาทิ้งไว้จนละลายแล้วมีน้ำสีม่วงๆซึมออกมาแนะนำให้ทานน้ำนั้นไปด้วยหรือจับโยนใส่เครื่องปั่นทำเป็นสมูทตี้ไปเลย เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณค่าสารอาหารไปฟรีๆ
- พลิกดูฉลากหลังซองสักนิดเลือกแบบที่เป็นบลูเบอร์รีแท้ 100% ไม่มีการเติมน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลเพิ่มเข้าไปเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพและน้ำตาลในเลือดแบบเต็มๆ
สรุป: ใครที่อยากทานผลไม้ตระกูลเบอร์รีเพื่อบำรุงร่างกายแต่สู้ราคาผลไม้สดไม่ไหวบลูเบอร์รีแช่แข็งคือทางเลือกที่ฉลาดและคุ้มค่ามากครับทั้งประหยัดเก็บได้นานและได้คุณค่าสารอาหารแบบเน้นๆไม่แพ้กันเลย!
Leave a Reply