
ในทางอาชีวเวชศาสตร์และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมศาสตร์การแพทย์แผนไทยมองว่า “ลม” (Vata) ไม่ได้เป็นเพียงแค่แก๊สที่ทำให้เราท้องอืดเท่านั้นแต่เปรียบเสมือนพลังงานแห่งการเคลื่อนไหวที่ขับเคลื่อนทุกระบบในร่างกายตั้งแต่กระบวนการหายใจไปจนถึงการไหลเวียนของโลหิตหากสมดุลลมดีร่างกายจะรู้สึกเบาสบายและจิตใจสงบแต่หากลมติดขัดเพียงนิดกายและใจจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนทันที
เช็กอาการ! เมื่อลมในร่างกายส่งสัญญาณประท้วง
อาการกวนใจที่คุณเจออยู่บ่อยครั้งอาจเกิดจากความผิดปกติของลมในแต่ละจุดดังนี้
- ลมเบื้องสูงผิดปกติส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะใจสั่นหรือรู้สึกหายใจไม่อิ่ม
- ลมในลำไส้ติดขัดสาเหตุหลักของอาการท้องอืดแน่นท้องและจุกเสียด
- ลมเดินไม่ทั่วกายทำให้ปวดเมื่อยตามจุดต่างๆมีอาการเสียวชาหรือปลายมือปลายเท้าเย็น
- ลมตีขึ้นเบื้องสูง (ศีรษะ) มีผลต่อระบบประสาททำให้สมองเบลอหลงลืมง่ายหงุดหงิด และนอนไม่หลับ
6 วิธีปรับสมดุลลมคืนความเฟรชให้ร่างกาย
เราสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อเปิดทางให้พลังงานไหลเวียนได้ดีขึ้นด้วยวิธีง่ายๆดังนี้
- ปรับอุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนมาดื่มน้ำอุ่นแทนน้ำเย็นจัด เพื่อช่วยเปิดทางลมให้เดินสะดวก
- บำบัดด้วยความร้อนการอบไอน้ำสมุนไพร หรือแช่เท้าในน้ำอุ่นช่วงเย็นช่วยผ่อนคลายเส้นลัดวงจรของลมได้ดี
- นวดกระตุ้นเส้นลมลูบไล้หรือนวดเบาๆ บริเวณ คอ บ่า หลังและขาตามแนวเส้นประธานเพื่อลดการติดขัด
- ใช้สมุนไพรฤทธิ์ร้อนดื่มชาสมุนไพรที่มีสรรพคุณขับลม เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้หรือทานใบแมงลัก
- ฝึกการหายใจใช้เวลาเพียงวันละ 5 นาที ฝึกหายใจเข้า-ออกลึกๆเพื่อระบายลมเก่า และรับลมใหม่เข้าสู่เซลล์
- เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงงดอาหารหมักดองและของเย็นจัด ซึงเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมของลมเสีย
บทสรุปจากเพจ: อาการแน่นท้องเวียนหัวหรือนอนไม่หลับเรื้อรังอาจไม่ได้มาจากความเครียดเพียงอย่างเดียวแต่อาจเป็นเสียงเตือนจากร่างกายว่าลมกำลังติดขัดลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้เพราะเมื่อลมเดินดี ชีวิตก็จะเดินราบรื่นอย่างแน่นอนครับ
Leave a Reply