
ลิเธียม (Lithium) หนึ่งในธาตุโลหะที่เบาที่สุด มีสัญลักษณ์ทางเคมีคือ Li และมีเลขอะตอมอยู่ที่ 3 ซึ่งประเภทลิเธียมที่พบบ่อยที่สุดในธรรมชาติคือ ลิเธียม-7 (ไอโซโทป : อะตอมของธาตุเดียวกันที่มีจำนวนโปรตอนและจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากัน แต่มีจำนวนนิวตรอนต่างกัน)
โดยมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติถึง 92.41% (ที่เหลือเป็นไอโซโทปลิเธียม-6, 7.59%) แต่คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.0007% ของเปลือกโลก
การค้นพบที่ฉูดฉาดในปี 1790 Jozé Bonifácio de Andralda e Silva นักธรรมชาติวิทยาและรัฐบุรุษชาวบราซิล ได้ค้นพบแร่ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าเพตาไลต์ (Petalite) บนเกาะ Utö ของสวีเดน และเขาก็ต้องตกใจเมื่อหากโยนแร่นี้เข้าไปใส่ในกองไฟ ไฟจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม แต่เขาก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไรต่อมาในปี 1817 นักเคมีชาวสวีเดน Johan August Arfwedson ค้นพบว่าเพตาไลต์มีองค์ประกอบที่ไม่รู้จักมาก่อนอย่างหนึ่งที่เขาไม่สามารถบอกได้และแยกออกมาไม่ได้ แต่เขาเชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นเกลือบางอย่างที่ไม่ใช่โลหะ เลยตั้งชื่อว่า “lithos” ซึ่งเป็นคำภาษากรีกที่แปลว่า “หิน” เรื่องราวล่วงเลยมาจนถึงปี 1855 นักเคมีชาวอังกฤษ Augustus Matthiessen และนักเคมีชาวเยอรมัน Robert Bunsen ก็ได้แยกลิเธียมออกได้สำเร็จ และมันคือโลหะชนิดหนึ่ง มันเป็นโลหะที่มีความพิเศษในหลาย ๆ ด้านเช่น เบาและนุ่มมากจนสามารถตัดด้วยมีดทำครัวได้ แต่มีความหนาแน่นต่ำจนลอยอยู่บนน้ำ
นอกจากนี้ ยังมีจุดหลอมเหลวต่ำมากในบรรดาโลหะทั้งหมด แต่สาเหตุที่ทำให้มันเป็นสีแดงเมื่อโยนเข้าไฟนั้นเป็นเพราะว่าปฏิกิริยากับน้ำในอากาศ(หรือที่อื่น ๆ) โดย Li กับ H2O ทำให้เกิดลิเธียมไดออกไซต์และไฮโดรเจนซึ่งโดยทั่วไปจนสร้างเปลวเพลิงสีแดง
ลิเธียมกับสมอง เกลือลิเธียม (ลิเธียมคาร์บอเนต) เป็นยาชนิดแรกที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เพื่อรักษาอาการคลุ้มคลั่งและภาวะซึมเศร้า ในงานวิจัยเมื่อปี 2008 ระบุว่าลิเธียมอาจทำงานเกี่ยวข้องตัวรับสารสื่อประสาทโดปามีน มีผลทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้จะมีอาการสดใสขึ้นไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยรักษาอาการของโรคไบโพลาร์และช่วยรักษาอารมณ์แปรปรวนที่เกิดจากความเจ็บป่วยให้คงที่มากขึ้นแต่เอาเข้าจริงแล้วนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่รู้ว่ากระบวนการทางโมเลกุลจริงๆ ที่ลิเธียมทำกับสมองมีอะไรบ้าง แต่แนะนำว่ามันอาจปิดการทำงานของเซลล์ประสาทบางชนิด ขณะที่ในงานวิจัยปี 2009 ชี้ให้เห็นว่าหากเติมลิเธียมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในปริมาณเล็กน้อยในน้ำดื่มจะทำให้มีระดับความคิดฆ่าตัวตายลดลง ยังไงก็ตามแพทย์ยังคงต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการสั่งจ่ายลิเธียมให้กับมนุษย์ เนื่องจากอาจส่งผลต่อร่างกายในด้านอื่นๆได้ ลิเธียมจึงเป็นอีกธาตุหนึ่งที่มีความสำคัญไม่เพียงกับแบตเตอรี่เท่านั้น แต่รวมถึงทางจิตเวชด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วลิเธียมคาร์บอเนตที่ใช้เป็นยาจะพบได้ตามธรรมชาติที่เป็นแหล่งน้ำเช่นทะเลสาบหรือชายฝั่งทว่าการที่จะทำเหมืองเพื่อขุดลิเธียมมาทำแบตเตอรี่อาจจะต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และจริยธรรมของการจ้างงานด้วยนะ
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=681626077513023&set=a.521543393521293
Leave a Reply