
เรื่องเล็กๆอย่างการลุกจากเตียงหรือลุกจากเก้าอี้อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตได้ในชั่วพริบตาโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับทำไมการลุกเร็วถึงอันตราย? สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะท่านที่ทานยาลดความดันโลหิตการเปลี่ยนท่าทางจากนอนหรือนั่งมาเป็นยืนอย่างรวดเร็วจะทำให้ความดันโลหิตตกลงกะทันหัน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันจนเกิดอาการหน้ามืดวูบและนำไปสู่การล้มได้ความเสี่ยงสองเท่าเมื่อยาละลายลิ่มเลือดมาเจอกับการล้มหากผู้สูงอายุมีการทานยาละลายลิ่มเลือด ร่วมด้วยความเสี่ยงจะทวีคูณครับแม้จะเป็นการล้มเพียงเบาๆหรือหัวกระแทกไม่แรงแต่สารในยาจะทำให้เลือดแข็งตัวยากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเลือดออกในสมองแบบไม่รู้ตัวซึ่งอาจไม่แสดงอาการทันทีหลังล้ม 5 สัญญาณอันตราย! หลังเกิดการล้มต้องสังเกตอย่างใกล้ชิดหากเกิดอุบัติเหตุล้มลงแล้วมีอาการเหล่านี้แม้เพียงเล็กน้อยอย่ารอดูอาการให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
- มีอาการมึนงงสับสน สติสัมปชัญญะลดลง
- พูดช้าลงพูดไม่ชัดหรือเรียบเรียงคำพูดไม่ได้
- มีอาการเดินเซ ทรงตัวไม่อยู่
- ปวดศีรษะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
- ซึมลงหรือหลับลึกผิดปกติ
วิธีป้องกันและดูแลตัวเองกฎ 3-3-3 เพื่อความปลอดภัย
การฝึกนิสัยค่อยๆลุกคือหัวใจสำคัญในการป้องกันครับตื่นแล้วยังไม่ลุกเมื่อตื่นนอนให้นอนนิ่งๆ สัก 3 นาที เพื่อให้ร่างกายปรับตัวนั่งข้างเตียงค่อยๆลุกขึ้นมานั่งห้อยขาข้างเตียงอีก 3 นาที เพื่อเช็กว่าไม่มีอาการหน้ามืดยืนนิ่งๆก่อนก้าวเมื่อยันตัวยืนขึ้นแล้วให้ยืนนิ่งๆอีกสักพักก่อนจะเริ่มก้าวเดิน
คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรจัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย เช่น เพิ่มราวจับในห้องน้ำ พื้นบ้านไม่ลื่นและมีแสงสว่างที่เพียงพอในตอนกลางคืนเพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุดครับดูแลตัวเองและคนที่คุณรักตั้งแต่วันนี้เพราะความปลอดภัยเริ่มได้ที่การเปลี่ยนท่าทางอย่างช้าๆ ครับ
Leave a Reply