ลูกหลานต้องอ่าน!สูงวัยซึม นิ่งไม่พูดอย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติเผย 3 สัญญาณอันตรายโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

คุณพ่อคุณแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่บ้านเริ่มมีพฤติกรรมเก็บตัวเงียบลงไม่ค่อยพูดจาและชอบนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียวบ้างไหม? ลูกหลานหลายคนมักเข้าใจผิดว่านี่คือเรื่องธรรมชาติของวัยชราที่เรี่ยวแรงน้อยลงและต้องการความสงบแต่ความจริงแล้วพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเหล่านี้อาจเป็นเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือแบบเงียบๆที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโดดเดี่ยว

ทำไมผู้สูงอายุถึงเสี่ยงซึมเศร้า? วัยสูงอายุเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตไม่ว่าจะเป็นการเกษียณอายุที่ทำให้รู้สึกสูญเสียบทบาททางสังคมการสูญเสียเพื่อนฝูงหรือคู่ชีวิตหรือสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลงปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกโดดเดี่ยวไร้ค่าและสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเองที่สำคัญคือโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุมักไม่แสดงออกทางอารมณ์เหมือนวัยหนุ่มสาว (เช่น การร้องไห้ฟูมฟาย) แต่จะแสดงออกผ่านการแยกตัวความเงียบหรือบ่นเรื่องอาการเจ็บป่วยทางกายที่หาสาเหตุไม่เจอแทน หากคนรอบข้างไม่ทันสังเกตอาจพลาดโอกาสสำคัญในการช่วยเหลือ

3 สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ลูกหลานควรกระตือรือร้นสังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของผู้สูงวัยหากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้า

  1. พฤติกรรมและอารมณ์เปลี่ยนไปจากคนที่เคยร่าเริงชอบพูดคุย กลายเป็นคนเก็บตัวไม่อยากสุงสิงกับใครหรือกลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย ขี้โมโหดื้อรั้นมากขึ้นอาการเหล่านี้มักเป็นเกราะกำบังเพื่อปกปิดความรู้สึกอ่อนแอภายในจิตใจ
  2. ร่างกายผิดปกติ (กินไม่ได้ นอนไม่หลับ) ความอยากอาหารลดลงอย่างเห็นได้ชัดน้ำหนักลดฮวบหรือมีปัญหาการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกหรือเอาแต่นอนซมทั้งวัน นอกจากนี้ยังมักบ่นปวดเมื่อยตามตัวปวดหัวอ่อนเพลียโดยไม่พบสาเหตุทางกายที่ชัดเจน
  3. พูดจาสะท้อนความรู้สึกไร้ค่าหากผู้สูงอายุเริ่มพูดบ่อยๆว่ารู้สึกตัวเองเป็นภาระอยู่อีกไม่นานก็ตาย แก่แล้วไม่มีค่าหรือเปรยว่าไม่อยากอยู่แล้วประโยคเหล่านี้เป็นสัญญาณอันตรายขั้นสูงสุดที่บอกว่าจิตใจของท่านกำลังแหลกสลายและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

วิธีดูแลและดึงผู้สูงวัยกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หากพบสัญญาณเหล่านี้อย่าเพิ่งตื่นตระหนกความรักและความใส่ใจจากครอบครัวคือยารักษาที่ดีที่สุดลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้

  • รับฟังอย่างตั้งใจและไม่ตัดสิน: เมื่อท่านบ่นหรือพูดถึงความรู้สึกแย่ๆ ควรนั่งลงข้างๆ จับมือสบตาและรับฟังด้วยความเข้าใจหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดตอกย้ำหรือปฏิเสธความรู้สึก เช่น คิดมากไปเองควรพูดให้กำลังใจและแสดงให้เห็นว่าเราพร้อมอยู่เคียงข้างเสมอ
  • ชวนทำกิจกรรมที่สร้างคุณค่า: พยายามดึงท่านออกจากความโดดเดี่ยวด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น รดน้ำต้นไม้ ช่วยพับผ้า หรือทำอาหารเมนูโปรดร่วมกันการมอบหมายหน้าที่เล็กๆน้อยๆ ช่วยคืนความรู้สึกมีคุณค่าการพาไปเดินเล่นรับแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้า ยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข (เซโรโทนิน) ได้ด้วย
  • พาไปพบแพทย์เมื่อถึงจุดที่เกินรับมือ: หากดูแลอย่างใกล้ชิดแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้นภายในสองสัปดาห์หรืออาการเริ่มรุนแรงควรรีบพาท่านไปพบจิตแพทย์โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาควบคู่กับการทำจิตบำบัดยิ่งรักษาเร็วยิ่งมีโอกาสกลับมามีความสุขได้เร็วขึ้น

บทสรุป

ลองใช้เวลา 10-15 นาทีนั่งลงพูดคุยกับผู้สูงอายุที่บ้านถามไถ่เรื่องราวในอดีตหรือให้ท่านช่วยสอนเคล็ดลับบางอย่างที่ท่านถนัด การทำเช่นนี้ไม่เพียงช่วยให้ท่านบริหารสมองแต่ยังเป็นการส่งมอบความอบอุ่นที่บอกให้รู้ว่าทุกเรื่องราวและประสบการณ์ของท่านยังคงสำคัญและมีค่าต่อลูกหลานเสมอ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *