
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงวัย 40 ปีขึ้นไปหลายคนเริ่มรู้สึกได้ชัดเจนว่าเรี่ยวแรงลดลงอ่อนเพลียง่าย และมักมีอาการปวดเมื่อยตามตัวแม้จะยังไม่ได้ทำงานหนักเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ทำงานมานานและน้ำมันหล่อลื่นเริ่มลดลงไม่คล่องตัวเหมือนเดิมอย่างไรก็ตามสัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่ต้องยอมรับตามวัยแต่คือเสียงเตือนสำคัญที่ร่างกายกำลังบอกว่าถึงเวลาต้องปรับสมดุลใหม่แล้วความปวดไม่ใช่เรื่องธรรมดาของคนอายุมากขึ้นจากข้อมูลพบว่าผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายกว่า 70–80% ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุหรือโรคประจำตัวรุนแรง แต่ส่วนใหญ่มาจากออฟฟิศซินโดรมที่เกิดจากพฤติกรรม 3 อย่าง ได้แก่
- ทำท่าทางเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน
- อยู่ในท่าที่ไม่ถูกหลักสรีรศาสตร์
- ขยับเขยื้อนร่างกายน้อยเกินไป
โดยเฉพาะยุคที่หลายคนทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ร่างกายจึงส่งสัญญาณปวดเมื่อยออกมาเพื่อเตือนว่าโครงสร้างกำลังรับภาระหนักเกินไป หากเราปรับพฤติกรรมและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมแม้จะอายุ 60–70 ปี ก็ยังสามารถมีร่างกายที่แข็งแรงและไม่ต้องทนความเจ็บปวดได้ก้มหน้าดูจอ = แบกน้ำหนัก 25 กิโลกรัมไว้ที่คอ! ตามหลักฟิสิกส์ศีรษะของคนเรามีน้ำหนักประมาณ 5–6 กิโลกรัม และกล้ามเนื้อคอถูกออกแบบมารองรับน้ำหนักนี้ได้ดีเมื่อศีรษะตั้งตรงแต่เมื่อเราก้มหน้าหรือยื่นคอไปข้างหน้าในมุม 30–60 องศา น้ำหนักที่กดทับลงบนกระดูกคอจะเพิ่มขึ้นเป็น 3–4 เท่า หรือเท่ากับ 25 กิโลกรัม ทันที! หากทำท่านี้ติดต่อกันนานๆกล้ามเนื้อคอจะล้าและเกร็งตัวจนส่งภาระต่อหมอนรองกระดูกและข้อต่อนำไปสู่ภาวะกระดูกคอเสื่อมปวดต้นคอหรือมีอาการชาที่มือได้เร็วกว่าปกติ
คำแนะนำ: ปรับระดับหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตาเพื่อให้คออยู่ในแนวตรงและพักสายตาทุกๆ 30–40 นาที
กล้ามเนื้อคือเกราะป้องกันกระดูกหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนกระดูกคือซี่ล้อรถที่แข็งแรงแต่แข็งกระด้างในขณะที่กล้ามเนื้อคือยางรถที่ช่วยรับแรงกระแทกและกระจายน้ำหนัก หากกล้ามเนื้ออ่อนแรงก็เหมือนยางรถที่แบนลงทำให้น้ำหนักทั้งหมดไปกดทับที่กระดูกโดยตรงจึงเกิดอาการปวดและสึกหรอเร็วขึ้นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อจึงเป็นเรื่องสำคัญมากโดยมีหลักการดังนี้
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เน้นการยืดเหยียดและเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังคอและไหล่ อย่างน้อยวันละ 10–15 นาที
ทานโปรตีนให้เพียงพอ: คนทั่วไปควรได้รับโปรตีน 1.2–1.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันหากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับไตให้ปรับลดเหลือ 0.6–0.8 กรัม หรือปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์
5 สัญญาณอันตราย!ห้ามมองข้ามและต้องรีบพบแพทย์
หากมีอาการดังต่อไปนี้แสดงว่าอาจไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าทั่วไปไม่ควรซื้อยามาทานเองหรือนวดแก้เพียงอย่างเดียวควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
- ปวดติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ และพักผ่อนแล้วไม่ทุเลาลง
- ปวดรุนแรงในเวลากลางคืนจนสะดุ้งตื่น
- มีอาการชา เสียวซ่า หรือรู้สึกแข็งแรงลดลงตามแขน ขา หรือมือ
- ปวดร่วมกับมีไข้ขึ้น หรือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
- รู้สึกอ่อนแรงจนหยิบจับสิ่งของลำบากหรือเดินไม่มั่นคง
Leave a Reply