
ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 วาฬหลังค่อมเคยลดลงอย่างมากจนเกือบจะสูญพันธุ์โดยเหลือเพียงไม่กี่พันตัวเท่านั้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทุกประเทศทั่วโลกต่างร่วมใจกันอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ให้ฟื้นฟูกลับมาทั่วมหาสมุทร ซึ่งประสบผลสำเร็จไปด้วยดี ประชากรของวาฬหลังค่อมค่อยๆ เพิ่มจำนวนอย่างมั่นคงทว่าเหตุการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงที่เริ่มต้นปี 2012 ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมน่าเศร้าขึ้น มันลดจำนวนวาฬหลังค่อมในมหาสมุทรแปซิฟิกมากถึง 20% ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี เนื่องจากทะเลที่ร้อนไม่สามารถเลี้ยงวาฬให้กินดีอยู๋ดีได้เหมือนเดิม “เราประมาณการณ์ว่าวาฬราว 7,000 ตัวส่วนใหญ่อดอาหารจนตาย” Ted Cheeseman นักชีววิทยาและผู้เขียนงานวิจัยหลัก จากมหาวิทยาลัยเซาเธิร์นครอส ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย กล่าว “นี่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และหากเราไม่ควบคุมสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทั่วโลกอย่างรวดเร็ว คลื่นความร้อนในทะลที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้ผลผลิตในมหาสมุทรทั่วโลกลดลง นั่นจะเป็นอนาคตของเรา” Cheeseman เสริม โดยทั่วไปแล้วจำนวนวาฬจะถูกประเมินด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่นการสำรวจทางเรือหรือการติดตามผ่านดาวเทียมจากนั้นก็จะนำมาคำนวณจนได้ตัวเลขที่คาดว่าเป็นประชากรทั่วไปของสายพันธุ์ แต่ในการศึกษาครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ใช้ฐานข้อมูลที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศชื่อ ‘Happywhale’ ซึ่งเป็นแหล่งรวมรูปภาพวาฬทุกตัวที่พบ ปัจจุบันมีภาพถ่ายกว่า 800,000 ใบในฐานข้อมูลนี้ ช่วยให้นักวิจัยระบุวาฬได้มากกว่า 100,000 ตัวทั่วโลก จากนั้นเมื่อเจาะข้อมูลลึกลงไป ทีมงานนักวิทยาศาสตร์ 75 คนได้ช่วยกันแยกวาฬหลังค่อมที่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกในปี 2012 ออกมา ซึ่งมีการพบเห็นอยู่ราว 200,000 ครั้งจากวาฬประมาณ 33,000 ตัว และเมื่อขยายต่อไปจนถึงปี 2021 จำนวนวาฬหลังค่อมก็ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 33,000 ตัวเหลือเพียง 26,600 คน สำหรับวาฬในกลุ่มย่อยอย่างฮาวายก็ลดลงอย่างน่าใจหายคือที่ไม่ต่ำกว่า 34% ช่วงเวลาเหล่านี้เกิดขึ้นพอดีกับคลื่นความร้อนที่ทำให้อุณภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น 3-6 °C “นี่เป็นสัญญาณรุนแรงที่ใหญ่กว่าที่เราคิดไว้มาก” Cheeseman กล่าว พร้อมอธิบายเสริมว่าเป็นเรื่องปกติที่วาฬอาจลดลงได้บ้าง แต่นี่มันมากเกินไปและรวดเร็วเกินไป ซึ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนวาฬเกิดความผิดปกติกับมหาสมุทรในกรณีนี้พวกเขาเชื่อว่าความร้อนที่รุนแรงทำให้มหาสมุทรรองรับการมีอยู่ของวาฬได้น้อยลง มันเหมือนกับวาฬเพดานการรองรับจำนวนของมหาสมุทรหล่นลงมาทับวาฬ แทนที่วาฬจะเพิ่มขึ้นไปสูงสุดของเพดาน “ไม่ใช่แค่อาหารของวาฬเท่านั้นที่ลดลง” Cheeseman กล่าวเสริม “มหาสมุทรที่อุ่นขึ้นก็จะผลิตอาหารได้น้อยลง” ทีมงานสังเกตได้เช่นกันว่าจำนวนนกพัฟฟิน สิงโตทะเล และแมวน้ำก็มีจำนวนลดลงไปตาม “ตัวเลขที่แน่นอนคือเท่าไหร่? เราไม่ทราบได้ แต่เราค่อนข้างมั่นใจในการลดลงครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการเสียชีวิตครั้งใหญ่ในประชากรวาฬหลังค่อมมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ” Cheeseman กล่าว
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/environman.th
Leave a Reply