
เมื่อการรับมือในโรงพยาบาลเริ่มตึงมือและความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อดื้อ ยากำลังกลายเป็นภัยเงียบที่ลุกลามอย่างรวดเร็วปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลและการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องความล่าช้าในการรักษา เท่านั้นแต่กำลังกลายเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance – AMR) ในสถานพยาบาลรัฐอย่างน่าเป็นห่วงเตียงแน่นบุคลากรตึงมือจุดอ่อนควบคุมการแพร่เชื้ออดีตนายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าโรงพยาบาลของรัฐในปัจจุบันต้องแบกรับภาระดูแลผู้ป่วยในจำนวนมากจนเกินศักยภาพเตียงล้นประกอบกับสัดส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอต่อจำนวน ผู้ป่วยส่งผลให้มาตรการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล (Infection Control) ทำได้ยากยิ่งขึ้นเมื่อการดูแลทำได้อย่างจำกัดและระยะห่างระหว่างเตียงผู้ป่วยไม่เป็นไปตามมาตรฐานโอกาสที่เชื้อดื้อยาจะแพร่กระจายจากผู้ป่วยรายหนึ่งไปยังอีกรายผ่านทางอุปกรณ์ เครื่องมือหรือสัมผัสทางการแพทย์จึงสูงขึ้นตามไปด้วย กพย. จี้รัฐบาลยกระดับเป็นวาระแห่งชาติพร้อมติงช่องโหว่ยาออนไลน์ทางด้านกลไกเฝ้าระวังการดื้อยาปฏิชีวนะ (กพย.) ได้เข้ามาร่วมสะท้อนปัญหาพร้อมยื่นข้อเสนอแนะสำคัญต่อรัฐบาล ดังนี้
- ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้ทุกภาคส่วนบูรณาการแก้ไขปัญหาเชื้อดื้อยาอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม
- อุดช่องโหว่โรงพยาบาลเอกชนติงกรณีที่โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งยังไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาเข้าสู่ระบบศูนย์กลางทำให้ภาพรวมการรับมือของประเทศยังขาดข้อมูลที่ครอบคลุม
- เข้มงวดการขายยาออนไลน์เร่งจัดระเบียบและควบคุมการขายยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเด็ดขา เนื่องจากเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงยาได้ง่ายเกินไปนำไปสู่การใช้ยาผิดประเภทใช้ไม่ครบโดสและเกิดภาวะดื้อยาในที่สุด
ข้อมูลเพิ่มเติม: ทำไม “เชื้อดื้อยา” ถึงถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ”?
เชื้อดื้อยาเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียหรือเชื้อโรคพัฒนาตนเองจนสามารถทนทานต่อยาปฏิชีวนะที่เคยใช้รักษาได้ส่งผลให้การรักษาโรคติดเชื้อทั่วไปทำได้ยากขึ้นต้องใช้ยารุ่นใหม่ที่แพงขึ้นมีผลข้างเคียงมากกว่าหรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือไม่มียาตัวใดรักษาได้เลยซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ง่ายขึ้น
คำแนะนำสำหรับประชาชนเราจะช่วยกันหยุด เชื้อดื้อยาได้อย่างไร?
- ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะกินเองเมื่อมีอาการป่วย เช่น หวัด เจ็บคอ ท้องเสียส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อไวรัสไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) ควรมารับการตรวจหรือปรึกษาเภสัชกรก่อนเสมอ
- ทานยาให้ครบตามคำสั่งแพทย์หากได้รับยาปฏิชีวนะมาต้องทานให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนดแม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียที่หลงเหลืออยู่พัฒนาไปเป็นเชื้อดื้อยา
- อย่าแบ่งยาให้ผู้อื่นยาที่ใช้ได้ผลกับเราอาจไม่เหมาะกับคนอื่นและการแบ่งยาอาจทำให้ได้รับยาไม่ครบโดส
- อย่าซื้อยาปฏิชีวนะทางออนไลน์เสี่ยงต่อการได้ยาปลอมยาเสื่อมคุณภาพและการใช้ ยาอย่างไม่สมเหตุสมผล
Leave a Reply