วิกฤตเสียงที่ไร้คนฟังผลกระทบต่อสุขภาพจิตคนรุ่นใหม่และทางออกสู่วัฒนธรรมการรับฟังที่ยั่งยืน

“เด็กรุ่นใหม่เชื่อคนง่ายอินกับปัญหาบ้านเมืองตามกระแสเดี๋ยวก็ลืมแล้ว” ประโยคตัดพอนี้อาจเป็นเสียงบ่นที่เราได้ยินกันบ่อยครั้งในครอบครัวหรือพื้นที่สาธารณะ แต่มุมมองในทาง จิตวิทยาและสุขภาวะทางจิต Mental Health & Well-being คำพูดเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของช่องว่างระหว่างวัย Generation Gap ทว่ามันคือรูปแบบหนึ่งของความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิตทำให้เกิดภาวะความเครียดสะสมหมดไฟ (Burnout) และสูญเสียคุณค่าในตนเอง Self-esteem ในหมู่คนรุ่นใหม่รายงาน Next Generation Thailand โดยองค์กรระดับนานาชาติ British Council ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของเยาวชนไทยวัย 18-30 ปี จำนวน 2,000 คนได้ตอกย้ำความจริงที่น่าตกใจว่า 51% ของคนรุ่นใหม่รู้สึกว่าเสียงของตนเองไม่ถูกรับฟังเลยหรือถูกรับฟังในระดับที่น้อยมากเมื่อการถูกเมินเฉยกลายเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพจิตของแต่ละกลุ่มอัตลักษณ์ผลกระทบจากการถูกปิดกั้นทางความคิดไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันกับทุกคนแต่ถูกซ้ำเติมด้วยบรรทัดฐานทางสังคมและโครงสร้างอำนาจซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางจิตใจในมิติต่างๆที่แตกต่างกัน

  • เยาวชนชายเผชิญกับกรอบที่ถูกคาดหวังให้ยอมรับอำนาจเบ็ดเสร็จโดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้งทำให้เกิดความรู้สึกคับข้องใจและสูญเสียการควบคุมชีวิตตนเอง (Lack of Agency)
  • เยาวชนหญิงเผชิญกับค่านิยมปิตาธิปไตยที่หล่อหลอมให้ต้องสุภาพและเชื่อฟังส่งผลให้หลายคนเลือกที่จะเก็บความอึดอัดไว้ภายในเพราะหวาดกลัวการถูกตัดสินหรือถูกมองว่าก้าวร้าว
  • เยาวชน LGBTQ+ แม้สังคมจะเริ่มพูดถึงความหลากหลายมากขึ้นแต่ในทางปฏิบัติพวกเขากลับมักถูกใช้เป็นเพียงสัญลักษณ์หน้าฉาก มากกว่าการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจจริง
  • เยาวชนผู้มีความพิการเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุดเนื่องจากมักถูกตัดขาดจากกระบวนการพูดคุยเชิงนโยบายและถูกแทนที่เสียงโดยผู้ดูแลหรือองค์กรภายนอกโดยปราศจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ความเงียบกลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยาและกับดักของพื้นที่ออนไลน์เมื่อพยายามสื่อสารเท่าไรก็ไม่มีใครได้ยินคนรุ่นใหม่จำนวนมากจึงเลือกใช้ความเงียบเป็นกลไกป้องกันตัว Defense Mechanism เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและลดทอนความเหนื่อยล้าทางอารมณ์การที่ผู้ใหญ่บางกลุ่มมองว่าคนรุ่นใหม่เป็นเพียงพวกหัวรุนแรงที่เก่งแต่ในโลกออนไลน์ ยิ่งผลักให้พวกเขาต้องพึ่งพาพื้นที่ดิจิทัลเป็นที่หลบภัยเดียวในมุมมองด้านสุขภาพจิต พื้นที่ออนไลน์แม้จะให้ความรู้สึกเป็นอิสระ แต่หากขาดการจัดการที่ดีก็กลายเป็นดาบสองคมที่นำไปสู่ภาวะวิตกกังวลการเผชิญกับข่าวปลอม Fake News และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ Cyberbullying ซึ่งสร้างความบอบช้ำทางจิตใจให้ผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำและแนวทางเชิงนโยบายเพื่อเยียวยาสุขภาวะของเยาวชน

การแก้ปัญหาความสิ้นหวังและภาวะสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการบอกให้พวกเขาอดทนหรือปรับตัวให้เข้ากับระบบแต่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างตามข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญของ British Council ดังนี้

  1. สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสาร (Safe Spaces) ภาครัฐและสถานศึกษาต้องเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีปราศจากการตัดสินหรือการใช้อคติทางอายุ (Ageism) ครอบงำ
  2. บูรณาการเสียงของเยาวชนสู่นโยบายจริงเปลี่ยนกิจกรรมการรับฟังให้เป็นกลไกที่จับต้องได้เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าความคิดของพวกเขามีคุณค่าและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง
  3. ส่งเสริมสุขภาวะดิจิทัล Digital Well-being สร้างสิ่งแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัย พร้อมสนับสนุนการรู้เท่าทันสื่อเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่แสดงออกกลายเป็นแหล่งสะสมความเกลียดชังและข่าวปลอม

รายงานฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อมูลทางสถิติแต่เป็นสัญญาณเตือนว่าสุขภาวะทางจิตของเยาวชนไทยเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับการที่สังคมยอมเปิดใจรับฟังหากเรายังคงด้อยค่าเสียงของคนรุ่นใหม่ด้วยคำพูดที่ว่าเดี๋ยวก็ลืมเราก็กำลังทำลายพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไปพร้อมกัน


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *