วิจัยเผย การวิ่งช่วยลดภาวะ “ซึมเศร้า” และวิตกกังวลได้เทียบเท่ากับการใช้ “ยาต้านเศร้า” แต่อาจจำกัดเฉพาะผู้ป่วยอาการน้อย

ไม่ได้จะบอกว่า แค่ออกไป “วิ่ง” แล้วจะหายจากโรคซึมเศร้าได้เพียงแต่นักวิจัยจากสาขาการระบาดวิทยาทางจิตเวช แห่งมหาวิทยาลัยเสรีอัมสเตอร์ดัมต้องการหาคำตอบว่าจะมีทางอื่นในการรักษาอาการซึมเศร้า (Depressed) และวิตกกังวล (Anxiety) ที่นอกเหนือจากการใช้ยาหรือไม่? ซึ่งคำตอบก็คือ “การวิ่งออกกำลังกาย” ศาสตราจารย์เบรนดา เพนนินซ์ อาจารย์สาขาการระบาดวิทยาทางจิตเวชที่ Vrije University ผู้ร่วมทำวิจัยชิ้นนี้เปิดเผยว่าความชุกของผู้ป่วยภาวะซึมเศร้า และวิตกกังวลในยุคปัจจุบันมีเพิ่มมากขึ้น และการใช้ยาต้านเศร้าก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวของผู้ป่วย ทีมวิจัยจึงมองหาวิธีที่ดีที่สุดในการบรรเทาผลกระทบเหล่านี้
“อย่างที่รู้กันว่า หากป่วยซึมเศร้าแล้วไม่เข้ารับรักษาจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แย่ลง ดังนั้นยาแก้ซึมเศร้าจึงเป็นทางเลือกที่ดี ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องขยายองค์ความรู้ด้านวิธีการรักษาใหม่ๆ ให้มากขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยบางรายไม่ตอบสนองต่อยาแก้ซึมเศร้า หรือไม่เต็มใจที่จะรับยาเหล่านั้น” ศาสตราจารย์เบรนดา กล่าวสำหรับขั้นตอนในการทดลอง ทีมวิจัยได้ทดลองกับกลุ่มผู้ป่วยภาวะซึมเศร้า ผู้ป่วยโรควิตกกังวล หรือป่วยทั้งสองอย่างรวม 141 ราย เป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ แบ่งเป็นกลุ่มแรกให้กินยาต้านเศร้า ส่วนกลุ่มที่สองไม่มีการจ่ายยาให้ แต่ให้วิ่ง 45 นาที เป็นเวลา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์โดยมีผู้ดูแลใกล้ชิดผลการทดลองพบว่า ผู้ร่วมทดลองทั้ง 2 กลุ่มมีอาการดีขึ้น ความซึมเศร้าหรือวิตกกังวลน้อยลง ทีมวิจัยสรุปผลได้ว่า การใช้ยา และการวิ่งมีประสิทธิผลในการรักษาเท่าเทียมกันอีกทั้งในผู้ทดลองกลุ่มที่ให้วิ่งออกกำลังกาย ยังพบด้วยว่าพวกเขาน้ำหนักลดลง ขนาดเอวลดลง และมีความดันโลหิตและสุขภาพของหัวใจดีขึ้น ในขณะที่กลุ่มใช้ยาต้านเศร้าไม่มีข้อดีเหล่านี้ตามมาในขณะเดียวกัน การวิ่งออกกำลังกายเพื่อบรรเทาอาการซึมเศร้า อาจไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน เนื่องจากอาการซึมเศร้ามีหลายระดับ ตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก ดังนั้น ผู้ป่วยซึมเศร้าที่มีอาการรุนแรงก็ควรต้องใช้ยารักษาแต่สามารถออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยได้โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อการรักษาเบน ซิงห์ นักวิจัยพันธมิตรด้านสุขภาพ จากมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย (ไม่มีส่วนร่วมในการวิจัย) สะท้อนความเห็นในอีกมุมหนึ่งว่า งานวิจัยชิ้นดังกล่าวยังไม่สามารถให้คำตอบชัดเจนว่าการรักษาแบบใดเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด? เนื่องจากระดับอาการซึมเศร้าของผู้ป่วยแต่ละคนไม่เท่ากัน
“ในกลุ่มผู้ป่วยซึมเศร้าอย่างรุนแรงมักจะแสดงอาการที่รุนแรงตามมาด้วย เช่น ความเศร้าใจขั้นลึกสุด ความสิ้นหวังอย่างต่อเนื่อง มีความคิดฆ่าตัวตาย หรือการไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ ซึ่งจำเป็นต้องรับยา และรักษากับแพทย์อย่างใกล้ชิด” ซิงห์ กล่าว

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=720193023479620&set=a.605386548293602


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *