
เมื่อเดือนมกราคมมาถึงหลายคนตั้งเป้าหมายใหม่ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย เก็บออมเงิน หรือพัฒนาทักษะใหม่ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ความตั้งใจเหล่านั้นกลับค่อยๆเลือนหายไปอย่างเงียบๆเหลือไว้เพียงความรู้สึกผิดเล็กๆที่เราไม่สามารถรักษาสัญญากับตัวเองได้
ทำไมเราถึงล้มเลิกกลางทาง?
หากลองสังเกต คนที่สมัครสมาชิกยิมในช่วงปีใหม่มักจะเข้าไปออกกำลังกายแค่ช่วงแรกๆ และค่อย ๆ ห่างหายไปในเดือนมีนาคม เช่นเดียวกับการตั้งเป้าหมายอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะจางหายไปในเวลาไม่กี่เดือน คำถามคือ ทำไมเราถึงไม่สามารถรักษาความตั้งใจนั้นไว้ได้?นักจิตวิทยาให้เหตุผลว่าคนที่ล้มเลิกเป้าหมายมักขาดสิ่งที่เรียกว่า “แรงจูงใจจากภายใน” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
แรงจูงใจจากภายในคืออะไร?
แรงจูงใจมีสองประเภทหลักๆ คือ แรงจูงใจภายนอกและแรงจูงใจภายใน
- แรงจูงใจภายนอก คือแรงผลักดันที่มาจากสิ่งรอบตัว เช่น การลดน้ำหนักเพราะถูกล้อว่าอ้วน การเก็บเงินเพราะกลัวแก่แล้วลำบาก หรือการเรียนรู้ทักษะใหม่เพียงเพราะต้องการแข่งขันกับคนอื่น สิ่งเหล่านี้แม้จะกระตุ้นให้เราลงมือทำได้ในช่วงแรก แต่เมื่อไม่มีแรงกดดันจากภายนอก เราก็มักจะล้มเลิก
- แรงจูงใจภายใน คือแรงขับเคลื่อนที่มาจากตัวเราเองและเชื่อมโยงกับคุณค่าหรือเป้าหมายที่เราต้องการอย่างแท้จริง เช่น การออกกำลังกายเพราะอยากดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในระยะยาว หรือการเก็บเงินเพราะต้องการสร้างอิสรภาพทางการเงินให้ตัวเอง
นักจิตวิทยาชี้ว่า “แรงจูงใจภายใน” เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เรายืนหยัดกับเป้าหมายได้แม้จะเผชิญอุปสรรค เพราะมันเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงของเราไม่ใช่เพราะใครหรืออะไรบังคับให้ทำ
วิธีสร้างแรงจูงใจจากภายในให้มั่นคง
หากคุณรู้สึกว่าความตั้งใจของตัวเองเริ่มจางลง ลองใช้แนวทางเหล่านี้เพื่อสร้างแรงจูงใจจากภายในและรักษาความมุ่งมั่นให้ยืนยาว
- ตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับคุณค่าของตัวเอง
ถามตัวเองว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณให้ความสำคัญในชีวิตจริงๆหรือไม่ หากเป้าหมายของคุณไม่ได้สะท้อนถึงตัวตนที่แท้จริง อาจต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เช่น แทนที่จะลดน้ำหนักเพื่อให้คนอื่นชื่นชม ลองเปลี่ยนเป็นการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีพลังทำสิ่งที่คุณรักได้มากขึ้น - มองหาเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่าสิ่งที่ตาเห็น
เป้าหมายที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ชั่ววูบอาจไม่ยั่งยืน ลองถามตัวเองให้ลึกขึ้นว่าทำไมคุณถึงต้องการสิ่งนั้น เช่น ถ้าคุณอยากมีเงินมากขึ้นไม่ใช่แค่เพราะอยากซื้อของหรูๆ แต่เพราะต้องการสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวและมีอิสรภาพทางการเงินในอนาคต - ทำให้เป้าหมายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
การพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการบังคับฝืนใจมักจะไม่ประสบความสำเร็จ ลองหาวิธีทำให้สิ่งที่คุณตั้งใจกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เช่น ถ้าต้องการออกกำลังกาย แทนที่จะบังคับตัวเองไปยิมทุกวัน ลองหากิจกรรมที่คุณชอบและสนุกไปกับมัน เช่น วิ่งในสวน ฟิตเนสกับเพื่อน หรือเล่นกีฬาใหม่ๆ ที่ท้าทาย - ให้รางวัลกับตัวเอง
การเฉลิมฉลองความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ สามารถช่วยให้คุณมีแรงจูงใจต่อไปได้ เช่น หากคุณสามารถออกกำลังกายครบหนึ่งเดือนโดยไม่ขาด ลองให้รางวัลตัวเองด้วยสิ่งที่ชอบ เช่น ซื้อเสื้อผ้าออกกำลังกายใหม่ หรือไปเที่ยวพักผ่อนเล็กๆน้อยๆเพื่อกระตุ้นความรู้สึกดี - สร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุน
สภาพแวดล้อมมีผลอย่างมากต่อแรงจูงใจของเรา ลองล้อมรอบตัวเองด้วยคนที่มีแนวคิดเชิงบวกและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเป้าหมายของคุณ เช่น ถ้าคุณต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ให้เข้ากลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกันหรือหาที่เรียนที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ
เปลี่ยนวิธีคิดเปลี่ยนชีวิตให้ยั่งยืน
ความตั้งใจที่เราตั้งไว้เมื่อต้นปีจะไม่สูญเปล่าหากเรารู้จักสร้างแรงจูงใจจากภายในให้แข็งแกร่ง เป้าหมายที่เกิดจากความต้องการแท้จริงของตัวเองจะมีพลังมากพอที่จะพาเราไปถึงจุดหมายได้ แม้จะต้องใช้เวลาและความพยายาม ลองกลับมาทบทวนเป้าหมายของคุณอีกครั้ง และถามตัวเองว่า “ฉันทำสิ่งนี้เพื่อตัวเองจริง ๆ หรือเปล่า?” หากคำตอบคือ “ใช่” คุณจะมีแรงผลักดันที่ไม่มีวันหมดและสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายได้อย่างยั่งยืน
Leave a Reply