วิธีสู้ Burnout ด้วยการไม่ทำอะไรเลยสักอย่างศาสตร์จากเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

“ไปนั่งโง่ ๆ ริมทะเลกันเถอะ” “แผนของวันนี้ ขอนอนมองเพดานเงียบๆ บ้างแล้วกันนะ”
“อยากเดินชิวๆไปเรื่อยเปื่อยไปสุดตรงไหนก็ตรงนั้นแหละ” ถ้าคุณเป็นมนุษย์ผู้มีอาการหมดไฟที่เคยพูดประโยคเหล่านี้ แสดงว่าคุณได้พยายามฮีลใจตัวเองไปแล้วระดับนึงไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม แถมยังเป็นวิธีชั้นดีในการจัดการอาการหมดไฟ อย่างน้อยก็ตรงจุดตามศาสตร์ “Niksen” ของชาวดัตช์ ประเทศที่สุขเป็นอันดับต้นๆของโลกถ้าชีวิตเป็นละคร เราก็กำลังเล่นกันคนละหลายบทบาทไหนจะต้องเป็นคนทุ่มเทให้ครอบครัวเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ ไปพร้อมกับการเป็นเจ้าของเงินในบัญชีหลักล้านมีพอร์ต ลงทุนที่สร้าง Passive Income แถมยังต้องเป็นคนรักที่ดีมีเวลาใส่ใจคนข้างๆพอต้องทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันบางส่วนของชีวิตก็ตกหล่นไปไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ตั้งใจไว้ จนเกิดเป็นอาการหมดไฟ และถ้าคุณกำลังเป็นแบบนี้ก็ไม่ต้องวุ่นวายใจไปเพราะแม้แต่คนในประเทศที่มีความสุขเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอย่างเนเธอร์แลนด์ก็ยังเจอปัญหาเดียวกันจนแนวคิด “Niksen” ที่มุ่งหาทางออกให้คนในยุคสมัยใหม่นี้กลายเป็นหัวข้อที่น่าสนใจการฝึก Niksen คือ การไม่ต้องทำอะไรเลยหลายคนอาจไม่รู้ว่า Niksen แปลว่าอะไร แต่คุณอาจเคยฝึกฝนศาสตร์ของ Niksen ไปแล้วโดยไม่รู้ตัวผ่านประโยคที่พูดออกมาโดยไม่ตั้งใจในยามเหนื่อยล้าที่พูดถึงไปตอนต้น นั่นเพราะ Niksen หมายถึง การอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยสักอย่างอย่างที่พูดไปแล้วว่าแม้แต่คนที่อยู่ในประเทศที่มีความสุขมากก็ยังหนีการหมดไฟ ไม่พ้นจนต้องหาทางออกการศึกษาในปี 2023 จากองค์กรวิจัยในเนอเธอร์แลนด์ที่มีชื่อว่า TNO พบว่า เหล่าคนทำงานชาวดัตช์ 1 ใน 5 กำลังเผชิญกับอาการหมดไฟ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากเทียบกับปีก่อนหน้า Olga Mecking อธิบายแนวคิด Niksen ไว้ในหนังสือที่ชื่อว่า “Niksen: Embracing the Dutch Art of Doing Nothing” เธอให้นิยาม Niksen ว่าเป็นการไม่ทำอะไรเลย หรือทำแบบไร้จุดมุ่งหมายไม่ต้องดูหนังไม่จับโทรศัพท์มือถือแค่อยู่เฉยๆ เธออธิบายว่าปกติเวลาเราลงมือทำอะไรสักอย่างเรามักจะคาดหวังผลลัพธ์อยู่เสมอว่าทำสิ่งนี้แล้วต้องได้อย่างนู้นอย่างนี้ คิดง่ายๆ อย่างเวลาเตรียมอาหารบางคนก็มองไปถึงว่าอาหารมื้อนี้ต้องทำให้น้ำหนักลดลงได้แน่ เวลาไปเดินเล่นก็คิดว่าเดี๋ยวถ้าเดินไปเรื่อยๆก็จะครบ 10,000 ก้าวเอง สิ่งที่สูญเสียไปจากการคาดหวังผลลัพธ์ก็คือความสนุกกับการแค่กินหรือ แค่เดินเฉยๆไป Niksen เลยเป็นเรื่องของการปล่อยวางกับผลลัพธ์ Ruut Veenhoven นักสังคมวิทยาและศาสตราจารย์จาก Erasmus University Rotterdam ในเนเธอร์แลนด์ ผู้ศึกษาเรื่องความสุข มองว่า Niksen คือ การนั่งเฉยๆหรือไม่ก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้จิตใจล่องลอยไปเรื่อยๆไม่ต้องใส่ใจกับอะไรเลย ไม่เหมือนการทำสมาธิที่ต้องรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าเรากำลังคิดและทำอะไร ศาสตร์แห่งการ Do Nothing vs. ลัทธิคลั่ง Productivity Carolien Hamming กรรมการผู้จัดการ CSR Centrum สถาบันให้คำแนะนำในการพัฒนาตนเองในเนเธอร์แลนด์แนะนำว่าให้ลองใช้เวลาสักแปปหนึ่งในแต่ละวันเพื่อฝึกที่จะไม่ทำอะไรเลยในช่วงแรกให้อดทนกับความกระอักกระอ่วนไปก่อนแล้วลองเพิ่มเวลาไปเรื่อยๆที่สำคัญ คือ การใช้เวลาเรื่อยเปื่อยต้องอาศัยความกล้าพอตัวถึงจะตัดขาดจากความรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างอยู่ตลอดเวลาทำไม Carolien Hamming ต้องพูดถึงความกระอักกระอ่วนในครั้งแรกที่ทำ? เพราะแม้ในหลายครั้งเราจะอยากนั่งโง่ๆ ริมทะเลไปตลอดชีวิต ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร พอเอาเข้าจริง การไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ง่ายสำหรับบางคนขนาดนั้น เพราะศาสตร์ของ Niksen ดันไปขัดแย้งกับแนวคิดความ Productivity ที่ทำให้สังคมยุคใหม่เคยชินกับการทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน จนการนั่งเหม่อไปเรื่อยเปื่อยดูเป็นเรื่องแปลกประหลาดแต่ถึงจะดูประหลาด ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ดูอย่างชาวดัตช์เองก็ยังไม่เก่งเรื่องการอยู่เฉยๆเหมือนกันในอดีต Niksen ถูกมองว่าเป็นความขี้เกียจเป็นความตรงข้ามสุดขั้วของ Productivity จากความเชื่อที่ฝังรากลึกว่าคนเรา จะต้องทำตัวมีประโยชน์อยู่ตลอดเวลา คำว่า Niksen ก็เลยมีความหมายได้ทั้งบวกและลบ ในภาษาดัตช์ คือ แปลว่า “เหนื่อยมาทั้งวัน พักหน่อยก็ได้” หรือ “นี่เธอไม่คิดจะทำอะไรสักอย่างเลยเหรอ?” ก็ได้ Niksen กลับได้รับความสนใจมากขึ้นแต่ตั้งแต่ช่วงโควิด ที่ระดับความเครียดและความกังวลของคนทั่วโลกเพิ่มขึ้น เราพากันหาสิ่งยึดเหนี่ยวผ่านแนวคิดของการหา Work-Life Balance ดังนั้น ถึงเมื่อก่อนจะไม่ได้รับการยอมรับ แต่การฝึก Niksen ในยุคนี้ก็มีข้อดี Eve Ekman ผู้อำนวยการสถาบันให้คำปรึกษาใน University of California ผู้ศึกษาภาวะเครียดและหมดไฟบอกว่า มีงานวิจัยหลายชิ้นที่รองรับว่าการใช้ชีวิตให้ช้าลงส่งผลดีตั้งแต่ด้านอารมณ์ที่ช่วยลดการวิตกกังวลไปจนถึงข้อดีด้านร่างกายอย่างการชะลอวัย การมีต่อสู้กับโรคหวัด Niksen ยังช่วยให้คนเราเกิดความสร้างสรรค์ใหม่ๆเพราะแม้ว่าเราจะไม่ได้ทำอะไรเลยแต่สมองยังคงประมวลผลข้อมูลอยู่ตลอดเวลาทำให้ช่วงที่ไม่ทำอะไรเลยนี้เองที่สมองจะคิดหาทางออกของปัญหาชีวิตที่เรากำลังเผชิญอยู่ได้ เกิดเป็นแรงบันดาลใจที่จะพิชิตเป้าหมายชีวิตและทำให้ภาพของอนาคตชัดเจนขึ้นมาในหัวถึงอย่างนั้น การไม่ทำอะไรเลยก็มีข้อที่ต้องระวังอยู่บ้าง งานวิจัยที่มีชื่อว่า Pros and Cons of a Wandering Mind ในปี 2013 พบว่า 24 ชั่วโมงหลังจากกลุ่มตัวอย่างฝึกใจให้ล่องลอย อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นแถมยังทำให้คืนต่อมานอนหลับยากขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ ผลลัพธ์ในช่วง 24 ชั่วโมงไม่ได้เป็นตัวบอกสภาวะทางอารมณ์ในระยะยาวงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังพบว่า การปล่อยใจนานเกินไปอาจทำให้จมอยู่กับความคิดฟุ้งซ่านแทนที่จะรู้สึกสดชื่นเราไม่สามารถปล่อยตัวล่องลอยได้ตลอดเวลา การมีช่วงที่ใช้ชีวิตอย่างกะตือรือร้นเลยสำคัญพอกับการปล่อยวางและหยุดพัก เพราะแม้ว่าการพักสักหน่อยจะช่วยให้รู้สึกเหนื่อยน้อยลงแต่ก็ไม่ใช่วิธีที่จะช่วยให้เกิดความพึงพาใจในชีวิตที่จะนำพาไปสู่ความสุขได้อาการหมดไฟกับชีวิตเกิดขึ้นได้กับทุกคนสิ่งที่ต้องคิดกันต่อไปอยู่ที่ว่าเราจะจัดการตัวเองยังไงดีพอเป็นเรื่องของจิตใจแล้วก็ไม่ใช่ว่าวิธีเดียวกันจะสามารถใช้ได้กับทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าวิธีไหนที่ทำให้เรารู้สึกว่าได้พักกายพักใจอย่างแท้จริงทำให้แนวคิดการใช้ชีวิตได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าจะเป็น “Hygge” ที่ส่งตรงจากเดนมาร์ก “Lagom” ของสวีเดน หรือใกล้ตัวขึ้นมาหน่อยอย่าง “Kintsuki” จากญี่ปุ่น “Niksen” ก็เป็นอีกแนวทางที่อาจลองเอาไปปรับใช้กับตัวเองได้ในแบบของ ใครของมัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/BrandInsideAsia


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *