‘สมองตันคิดอะไรไม่ออก ลองออกไปเดิน’ เมื่อการเดินมีพลังมากกว่าที่เราคาดคิด

ในวันที่เราหัวตัน คิดงานไม่ออก ไอเดียไม่มา แต่ละคนก็จะมีวิธีที่แตกต่างกันไปในการแก้ปัญหานั้นๆ บางคนอาจจะหยุดการทำงานเอาไว้ก่อนและหันไปทำสิ่งอื่น บางคนอาจจะฝืนนั่งคิดต่อไปจนกว่าจะมีไอเดียออกมา และมีวิธีหนึ่งที่หลายคนอาจจะทำอยู่บ่อยๆ แต่ไม่รู้ตัว นั่นก็คือ ‘การเดิน’ นั่นเอง ‘การเดินเป็นสิ่งที่ช่วยให้สมองของเราโลดแล่นไปในห้วงความคิดได้อย่างดีเยี่ยม’ นักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรมและการเรียนรู้จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Standford) แมริลี ออพเพซโซ่ (Marily Oppezzo) ก็มีแนวคิดเดียวกันกับประโยคข้างต้น
โดยเธอได้มีโอกาสกล่าวสุนทรพจน์ใน TED Talk กับหัวข้อ “Want to be more creative? Go for a walk” หรือแปลได้ว่า “ต้องการความคิดสร้างสรรค์เพิ่มเหรอ ออกไปเดินซะ”
นอกจากนี้ สตีฟ จอบส์ (Steve jobs) ผู้ก่อตั้งแอปเปิล (Apple) ก็ใช้ ‘การเดิน’ เพื่อเป็นการระดมความคิดให้กับทีมอีกเช่นกันนะ โดยเขาจะชวนทุกคนเดินเล่น และพูดคุยไปรอบๆที่ทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ไอเดียที่ต้องการถึงแม้จะดูแปลกๆว่าการเดินนั้นจะสามารถช่วยเราได้อย่างไร ตามความคิดของคนทั่วไป การเดินอยู่เป็นประจำอย่างมากก็แค่ลดน้ำหนักได้นิดหน่อยเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ‘การเดิน’ นั้นทำประโยชน์ให้เราได้ในหลายทางเลยล่ะ การเดินและความคิดนั้นสัมพันธ์กับเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง ทั้งการเดินยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดี เพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจน และนำไปสู่การรับรู้ทางสมองที่มีประสิทธิภาพ กำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพตามอายุ และกระตุ้นสมองในบริเวณที่สําคัญต่อความจํา (Hippocampus) นอกจากนี้จังหวะของการเดินยังมีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจของเราด้วยเช่นกัน และส่งเสริมความคิดที่สร้างสรรค์ ซึ่งสามารถนำไปสู่ความคิดใหม่ๆ ได้อีกด้วย
การเคลื่อนไหวของร่ายกายสัมพันธ์กับความคิดโดยนักจิตวิทยาด้านดนตรีและการออกกำลังกายเผยว่าหากเราฟังเพลงที่มีจังหวะสูง เราจะวิ่งได้เร็วขึ้น และเมื่อเคลื่อนไหวเร็วขึ้น เราก็จะยิ่งหลงรักในเพลงนั้นได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันกับกรณีของการขับรถ เมื่อผู้ขับได้ยินเสียงเพลงที่ดังและเร็วพวกเขาก็จะเผลอเหยียบคันเร่งจนมิดโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเลยล่ะ การเดินนั้นแสดงออกได้ว่าความคิดและสภาพจิตใจของเราเป็นอย่างไร เมื่อเราเดินการก้าวขาจะสัมพันธ์กับความรู้สึกและความคิดภายใน ขณะเดียวกันหากต้องการเปลี่ยนจังหวะความคิดหรือความรู้สึก เพียงแค่ก้าวขาให้เร็วขึ้นก็สามารถทำได้แล้วแน่นอนว่าข้อมูลของการเดินข้างต้นไม่ได้มาแบบลอยๆ Future Trends มีหลักฐานมาแสดงให้ทุกคนได้พิจารณาและลองคิดตามไปพร้อมๆ กันว่าเห็นด้วยกับความมหัสจรรย์ของการเดินหรือไม่ ถ้าพร้อมแแล้ว ไปลองอ่านกันเลยจากงานวิจัยของ Marily Oppezzo และ Daniel Schwartz จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (​Stanford) ได้ทำการทดลองกับนักศึกษามหาวิทยาลัยหนึ่ง จำนวน 176 คน โดยให้ทำแบบทดสอบเกี่ยวกับการสร้างความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ขณะนั่ง เดินบนลู่วิ่ง และเดินเล่นในสวนสาธารณะในมหาวิทยาลัยผลทดสอบพบว่าร้อยละ 95 ของนักศึกษาที่ออกไปเดินเล่นมีไอเดียมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัว ส่วนอีกร้อยละ 5 เป็นของนักศึกษาที่เหลือที่ประสิทธิภาพทางความคิดสร้างสรรค์ไม่ดีเท่าที่ควรงานวิจัยของ Marc Berman จาก University of South Carolina ระบุว่า กลุ่มนักศึกษาที่เดินผ่านสวนรุกขชาติของมหาวิทยาลัยจะมีประสิทธิภาพในการจำมากกว่านักศึกษาที่เดินไปตามถนนในเมือง
เมื่อสังเกตดีๆ จะพบว่าความสัมพันธ์ของการเดินกับการคิดนั้น มีความคล้ายคลึงกับการ เขียนอย่างมาก กล่าวคือ เมื่อเราเริ่มเดิน สิ่งแวดล้อมจะเป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างแผนที่ และวางแผนเส้นทาง เพื่อนำไปแปลงเป็นเส้นทางเดินของจริงทำนองเดียวกับการเขียน เมื่อตั้งใจจะเขียนอะไรสักอย่าง สมองจะทบทวนทุกอย่าง และวางแผนด้วยคร่าวๆในหัวจากนั้นจึงบรรยายมันออกมาโดยใช้มือนำทางจะเห็นได้ว่า ‘การเดิน’ นั้นเป็นวิธีง่ายๆที่ทรงพลังอย่างมากในการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังสามารถควบคุมความคิดได้ผ่านการเดิน และใช่ การเดินก็สามารถถูกควบคุมผ่านความคิดได้เช่นเดียวกันเพราะฉะนั้น หากคิดอะไรไม่ออก ก็ลองออกไปเดินสูดอากาศดูนะ ผ่อนคลายความตึงเครียดผ่านการเคลื่อนไหวและปล่อยให้ความคิดไหลลื่นไปกับจินตนาการ Future Trends เชื่อว่าไอเดียดีๆจะต้องมาหาเราอย่างแน่นอนเลยล่ะ เขียนโดย: ชนัญชิดา พลอยพลาย

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=778604350967365&set=a.630751852419283


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *