
เคยไหมครับ? หยิบมือถือขึ้นมาไถฟีดตลอดเวลาพอต้องกลับมานั่งทำงานอ่านหนังสือหรืออยู่เฉยๆในโลกจริงกลับรู้สึกกระวนกระวายทนความเงียบไม่ได้และรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวช้าและน่าเบื่อไปหมดอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจแต่คุณกำลังเผชิญกับภาวะที่เรียกว่าสมองป๊อปคอร์น (Popcorn Brain) ทำไมสมองเราถึงกลายเป็นป๊อปคอร์น? คำว่าสมองป๊อปคอร์นถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบว่าสมองของเรากำลังคุ้นเคยกับการรับข้อมูลที่รวดเร็วและเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยๆเหมือนเมล็ดข้าวโพดคั่วที่กำลังแตกตัวปะทุอย่างรวดเร็วในหม้อร้อนๆวิทยาศาสตร์อธิบายว่าทุกครั้งที่เราไถฟีดโซเชียลมีเดียส่องคลิปสั้นหรือกดไลก์ สมองจะหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) หรือสารแห่งความสุขออกมาอย่างรวดเร็วและง่ายดายแต่เมื่อเราทำแบบนี้ซ้ำๆสมองจะเริ่มดื้อยาและลดการหลั่งโดปามีนตามธรรมชาติลง ทำให้เราเสพติดความสุขแบบด่วนพิเศษจนไม่สามารถทนกับจังหวะชีวิตจริงที่ช้ากว่าได้ และต้องคอยหยิบมือถือขึ้นมาเช็กอยู่ตลอดเวลาส่งผลกระทบมากกว่าแค่สมาธิสั้นงานวิจัยทางสมองหลายชิ้นยืนยันว่าพฤติกรรมการติดหน้าจอนานเกินไปส่งผลกระทบต่อเราทั้งในด้านร่างกายและโครงสร้างสมองอย่างคาดไม่ถึง
- โครงสร้างสมองเปลี่ยนคนที่ติดหน้าจอมากๆสมองส่วนที่ควบคุมเรื่องสมาธิความจำ และการคิดวิเคราะห์จะมีประสิทธิภาพลดลงทำให้กลายเป็นคนวอกแวกง่ายขี้หลงขี้ลืม
- สูญเสียความสามารถในการคิดซับซ้อนโดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่นที่โตมากับจอสมองจะถูกฝึกให้ชอบผลลัพธ์ที่รวดเร็วส่งผลให้ไม่สามารถจดจ่อกับบทเรียนหรือเรื่องราวที่ซับซ้อนได้นานซึ่งส่งผลเสียต่อการเรียนและการทำงานโดยตรง
- ทักษะสังคมแย่ลง & วิตกกังวลสูงการสื่อสารผ่านหน้าจอมากเกินไปทำให้ทักษะการเข้าใจคนตรงหน้าในชีวิตจริงลดลงอีกทั้งเสียงแจ้งเตือนที่ดังตลอดเวลายังกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดโดยไม่รู้ตัว
4 วิธีดีท็อกซ์สมองกู้สมาธิให้กลับคืนมาหากคุณรู้สึกว่าเริ่มมีอาการสมองป๊อปคอร์นลองปรับพฤติกรรมทีละนิดด้วยแนวทางเหล่านี้ครับ
- ทำ Digital Detoxing เป็นช่วงเวลากำหนดเวลาไร้หน้าจออย่างชัดเจน เช่น งดเล่นมือถือก่อนนอน 1 ชั่วโมง หรือไม่เล่นมือถือขณะรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัว
- ฝึกจดจ่อทีละอย่าง (Single-tasking) แทนที่จะทำงานไปเปิดโซเชียลไปให้ลองปิดแท็บที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วตั้งเวลาทำสิ่งเดียวตรงหน้าอย่างจริงจัง 25 นาที (เทคนิค Pomodoro) แล้วค่อยพัก
- เปลี่ยนมาเสพความสุขระยะยาวชดเชยการหลั่งโดปามีนจากหน้าจอด้วยกิจกรรมที่ใช้เวลาค่อยๆทำ เช่น การอ่านหนังสือเป็นเล่มการทำงานฝีมือการเล่นดนตรีหรือการออกกำลังกายซึ่งสมองจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาอย่างมั่นคงและยั่งยืนกว่า
- หยุดพฤติกรรมจิ้มจอกลางห้องน้ำการนำโทรศัพท์เข้าไปเล่นขณะเข้าห้องน้ำนอกจากจะทำให้ใช้เวลาขับถ่ายนานเกินไปจนเพิ่มความเสี่ยงโรคต่างๆ เช่น ริดสีดวงทวารแล้วยังเป็นการปิดโอกาสไม่ให้สมองได้พักผ่อนและจดจ่ออยู่กับปัจจุบันอีกด้วย
สมองของเรามีความยืดหยุ่นและสามารถฝึกฝนใหม่ได้เสมอครับลองเริ่มก้าวเล็กๆวันนี้ด้วยการวางมือถือลงสักนิดแล้วกลับมาเชื่อมต่อกับโลกจริงรอบตัวกันนะครับ!
Leave a Reply