สัญญาณอันตราย!เผยพฤติกรรมเกรงใจจนเกินเหตุเสี่ยงภาวะ Burnout ไม่รู้ตัวผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีปฏิเสธแบบบัวไม่ให้ช้ำ

เคยไหม? งานตัวเองก็ล้นจนแทบไม่มีเวลาหายใจแต่พอมีงานแทรกงานด่วนหรือคนในทีมมาขอความช่วยเหลือสุดท้ายก็ยังหลุดปากตอบไปว่า “ได้ครับ/ค่ะ” เพียงเพราะคำว่าเกรงใจ ไม่อยากปฏิเสธและกลัวคนอื่นจะมองว่าเราไม่มีน้ำใจหรือไม่มีความรับผิดชอบพฤติกรรมนี้ในทางจิตวิทยาเรียกว่า People-Pleaser หรือการพยายามทำให้ทุกคนพึงพอใจจนละเลยความต้องการของตัวเองในช่วงแรกอาจดูเหมือนคุณเป็นคนมีน้ำใจและเป็นที่พึ่งของทีมแต่ในระยะยาวหากทำจนเป็นความเคยชินคนรอบข้างจะเริ่มมองว่าคุณรับได้เสมอส่งผลให้นานาวิกฤตหรืองานที่ไม่มีใครอยากทำค่อยๆไหลมากองอยู่ที่คุณจนกลายเป็นคนที่เหนื่อยและแบกรับความเครียดอยู่เพียงลำพัง ผลกระทบด้านสุขภาพที่ไม่ควรมองข้ามการแบกรับงานเกินขีดจำกัดไม่เพียงแต่ทำให้ประสิทธิภาพงานลดลงแต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง เช่น เกิดความเครียดสะสม นอนไม่หลับและนำไปสู่ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) หรือในบางรายอาจพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ 3 เทคนิคการปฏิเสธอย่างมืออาชีพปกป้องสุขภาพใจโดยไม่เสียความสัมพันธ์ การเป็นคนทำงานที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องตอบรับทุกอย่างจนไร้ขอบเขต การพูดว่าไม่ไหวไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวแต่คือการบริหารจัดการพลังงานของตัวเองให้ยั่งยืนลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ดูครับ

  • เช็ก List งานในมือและแสดงหลักฐานเมื่อมีงานแทรกให้แจ้งตารางงานปัจจุบันให้ผู้ขอความช่วยเหลือทราบทันที เช่น ตอนนี้กำลังเร่งปิดโปรเจกต์ A และ B อยู่ ถ้าจัดการเสร็จน่าจะเริ่มงานใหม่ได้ช่วงวันศุกร์นี้สะดวกไหมครับ/ค่ะ?
  • ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น (Say No with Options) หากไม่สามารถทำได้จริงๆ ให้ปฏิเสธพร้อมเสนอทางออกอื่น เช่น งานนี้ฉันอาจจะยังไม่ถนัดหรือไม่มีเวลาทำเต็มที่ แนะนำให้ลองปรึกษาคุณ X หรือลองใช้เครื่องมือตัวนี้ช่วยดูไหมคะ
  • ฝึกให้คุณค่ากับเวลาของตัวเองระลึกไว้เสมอว่าการปกป้องเวลาและสุขภาพจิตของตัวเราเองคือการรักษาคุณภาพงานในภาพรวมให้ดีที่สุดก่อนที่ความเกรงใจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราจนหมดแรง

อย่าปล่อยให้ความเกรงใจกลายเป็นอาวุธที่ทำร้ายสุขภาพของคุณเองมาร่วมสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) ที่ดีไปด้วยกันนะครับ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *