
ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของคนไทยและทั่วโลกภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่ว่าจะขณะทำงานออกกำลังกายหรือแม้แต่นั่งพักเฉยๆหากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อหัวใจอาจเสียหายถาวรและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสิ่งที่น่ากังวลคืออาการอาจไม่ชัดเจนในบางคนโดยเฉพาะผู้หญิงผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวานจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนควรรู้จักสัญญาณเตือนเพื่อรับมือได้ทันท่วงทีอาการสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามอาการของโรคหัวใจขาดเลือดแตกต่างกันในแต่ละบุคคลบางรายมีอาการชัดเจนขณะที่บางรายมีอาการเพียงเล็กน้อย
1. เจ็บแน่นหน้าอกอาการพบบ่อยที่สุดลักษณะเหมือนถูกกดบีบรัดหรือมีของหนักทับบริเวณกลางหน้าอกอาจร้าวไปแขนซ้าย ไหล่ คอ ขากรรไกร หรือหลังอาการมักนานเกิน 10 นาที และไม่ดีขึ้นแม้พัก
2. หัวใจเต้นผิดจังหวะรู้สึกใจสั่นเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติบางรายอาจมีอาการหน้ามืดหรือหมดสติร่วมด้วย
3. หายใจไม่อิ่มเหนื่อยง่ายผิดปกติแม้ไม่ได้ออกแรงมากก็รู้สึกเหนื่อยหายใจลำบากโดยอาจเกิดร่วมกับอาการแน่นหน้าอก
4. คลื่นไส้แสบร้อนกลางอกโดยเฉพาะในผู้หญิงอาจแสดงอาการคล้ายโรคกระเพาะอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือจุกเสียด
5. เหงื่อออกมากผิดปกติเหงื่อแตกพลั่กโดยไม่มีสาเหตุร่วมกับอาการอ่อนแรง
6. เวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลมเกิดจากความดันโลหิตลดลงเพราะหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เพียงพอ
7. ขาบวมข้อเท้าบวมอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วยในระยะเรื้อรัง
หากสงสัยว่าเป็นหัวใจขาดเลือดควรทำอย่างไร?
นี่คือช่วงเวลาที่ทุกนาทีมีค่าโทรสายด่วน 1669 ทันทีอย่าขับรถไปโรงพยาบาลเองการเรียกรถพยาบาลช่วยให้ได้รับการดูแลฉุกเฉินระหว่างทางให้ผู้ป่วยนั่งพักในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน
คลายเสื้อผ้าให้สบายลดแรงกดบริเวณหน้าอกใช้ยาไนโตรกลีเซอริน (ถ้ามีแพทย์สั่งไว้)
อมใต้ลิ้น 1 เม็ด รอ 5 นาที หากไม่ดีขึ้นสามารถซ้ำได้แต่ไม่เกิน 3 เม็ด หากหมดสติไม่หายใจไม่มีชีพจรให้เริ่ม CPR ทันทีการกดหน้าอกอย่างถูกต้องสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญจำไว้ว่าการมาถึงโรงพยาบาลเร็วภายใน 1–2 ชั่วโมงแรกเพิ่มโอกาสรอดและลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจได้มาก
ป้องกันอย่างไรลดเสี่ยงระยะยาวโรคหัวใจขาดเลือดป้องกันได้ในระดับหนึ่งหากควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างจริงจัง
1. เลือกอาหารที่ดีต่อหัวใจลดไขมันอิ่มตัวไขมันทรานส์และเกลือเพิ่มปลาผักใบเขียว ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารที่มีโอเมก้า 3
2. ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
3. เลิกบุหรี่ลดแอลกอฮอล์บุหรี่ทำลายหลอดเลือดโดยตรงเพิ่มโอกาสหลอดเลือดหัวใจตีบ
4. จัดการความเครียดและพักผ่อนให้พอนอนวันละ 7–8 ชั่วโมง ลดภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกาย
5. ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอโดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงเบาหวานไขมันในเลือดสูงหรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
ข้อสำคัญที่อยากย้ำ
อย่ารอให้อาการรุนแรงก่อนจึงจะสนใจสุขภาพหัวใจหลายครั้งสัญญาณเตือนเกิดขึ้นล่วงหน้า แต่ถูกมองข้ามการรู้เท่าทันอาการและตัดสินใจโทรขอความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วอาจเป็นความแตกต่างระหว่างรอดชีวิตกับสูญเสียที่ไม่ทันตั้งตัวสุขภาพหัวใจไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่เลือกวัยเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตคุณ
Leave a Reply