
ข่าวดีสำหรับคนรักชานมไข่มุกและเครื่องดื่มหวานมันแต่อาจต้องเบรกกันสักนิดเมื่อผลงานวิจัยชิ้นใหม่ล่าสุดจากแวดวงระบาดวิทยาและโภชนาการได้ออกมาเตือนภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ก้นแก้วโดยพบว่าการบริโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือสารให้ความหวานในปริมาณสูงเป็นประจำอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญงานวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มหวานเหล่านี้อย่างน้อยวันละ 1 แก้วหรือเทียบเท่าปริมาณน้ำตาลสูงต่อเนื่องเป็นประจำมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับโรคมะเร็งกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นสูงถึงกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ที่หลีกเลี่ยงหรือบริโภคในปริมาณที่น้อยมากกลไกสำคัญเบื้องหลังเรื่องนี้คือน้ำตาลส่วนเกินไม่เพียงแต่เป็นตัวการเร่งให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคเบาหวานเท่านั้นแต่ยังมีส่วนกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินอาหารส่งผลเสียต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารโดยตรงและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการกลายพันธุ์ของเซลล์ในระยะยาวการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมดังนี้
- ลดระดับความหวานทีละน้อยหากยังติดรสชาติความหวานลองปรับลดระดับความหวานลงจากเดิม (เช่น จากหวานปกติ 100% เป็น 50% หรือ 25%) เพื่อให้ต่อมรับรสค่อยๆ ปรับตัว
- จำกัดความถี่หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มรสหวานทุกวันเปลี่ยนเป็นรางวัลให้ตัวเองเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์แทน
- เลือกทางเลือกทดแทนที่ดีกว่าหันมาดื่มน้ำเปล่าชาที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือเครื่องดื่มทางเลือกที่ใช้สารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงานแต่ควรบริโภคแต่พอดีเช่นกัน
- สังเกตฉลากโภชนาการสำหรับเครื่องดื่มบรรจุขวดควรตรวจสอบปริมาณน้ำตาลต่อหน่วยบริโภคทุกครั้งเพื่อไม่ให้ร่างกายรับน้ำตาลเกินโควตา 6 ช้อนชาต่อวันตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ
การดูแลสุขภาพไม่ใช่การหักดิบจนไม่มีความสุขแต่เป็นการบาลานซ์ปริมาณให้พอดีเพื่อให้เรายังเอ็นจอยกับเมนูโปรดได้โดยไม่แลกมาด้วยปัญหารักษาระยะยาวครับ
Leave a Reply