
คุณเคยคิดไหมว่าการแผ่เมตตาหรือการให้อภัยเป็นเพียงเรื่องของพิธีกรรมทางศาสนาหรือสิ่งลี้ลับ? ล่าสุดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาสมัยใหม่ได้พิสูจน์แล้วว่ากิจกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องงมงายแต่เป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพจิตชั้นยอดที่เรียกว่า “Prosocial Priming” หรือการอุ่นเครื่องสมองให้พร้อมสำหรับความเห็นอกเห็นใจซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายและสารเคมีในสมองของเราโดยตรง! เกิดอะไรขึ้นในสมองเมื่อเราแผ่เมตตาและให้อภัย? เมื่อเราตั้งจิตปรารถนาดีต่อผู้อื่นหรือเลือกที่จะให้อภัยคนที่เคยทำร้ายเราสมองจะเกิดกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางเคมีครั้งใหญ่ดังนี้ครับ
- ลด Cortisol (ฮอร์โมนความเครียด) เวลาเราโกรธหรือผูกใจเจ็บร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอลออกมาทำให้หัวใจเต้นแรงความดันเลือดสูงและภูมิคุ้มกันต่ำลงแต่การแผ่เมตตาจะเข้าไปกดสวิตช์ปิดโหมดต่อสู้ใจสั่นนี้ทำให้ร่างกายกลับสู่สภาวะผ่อนคลาย
- บูสต์ Oxytocin (ฮอร์โมนแห่งความผูกพัน) การคิดดีต่อผู้อื่นจะกระตุ้นการหลั่งออกซิโทซิน หรือที่รู้จักกันในชื่อฮอร์โมนแห่งความรักซึ่งช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความรู้สึกปลอดภัยในจิตใจ
- หลั่ง Endorphins & Dopamine การให้อภัยคือการปลดล็อกความทุกข์ทำให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขช่วยให้เรานอนหลับสบายขึ้นและอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“การให้อภัยและการแผ่เมตตาจึงเปรียบเสมือนยาถอนพิษทางชีวภาพที่ช่วยล้างสารเคมีแห่งความโกรธออกจากร่างกายของเราเองไม่ใช่เพื่อใครอื่นเลย”
ข้อมูลเพิ่มเติมทำไมผู้เชี่ยวชาญยุคนี้จึงแนะนำให้ทำ?
ในต่างประเทศมีการศึกษาที่เรียกว่า Loving-Kindness Meditation (LKM) หรือการสมาธิแบบแผ่เมตตาอย่างแพร่หลายผลวิจัยพบว่าผู้ที่ฝึกแผ่เมตตาเป็นประจำวันละ 10-15 นาที จะมี
- สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ควบคุมอารมณ์และเหตุผลทำงานได้ดีขึ้น
- ชะลอความเสื่อมของเซลล์ จากความเครียดสะสม
- ลดอาการอักเสบในร่างกาย (Inflammation) ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิด
วิธีฝึก Prosocial Priming ง่ายๆใน 1 นาที ทำได้ทุกที่ทุกศาสนา
ไม่จำเป็นต้องพนมมือหรือสวดมนต์ยาวๆแค่ลองทำตามนี้ระหว่างวัน
- หลับตาลงช้าๆ หายใจเข้า-ออกลึกๆ 3 ครั้ง
- นึกถึงใบหน้าของตัวเองหรือคนที่รัก (หรือแม้แต่คนที่เรากำลังขุ่นเคืองอยู่)
- ส่งความปรารถนาดีในใจสั้นๆ เช่น ขอให้เธอมีความสุขปลอดภัยและปราศจากความทุกข์ใจนะ
เพียงเท่านี้คุณก็กำลังฉีด “ยาบำรุง” ให้กับสมองและหัวใจของตัวเองแล้วครับ
Leave a Reply