
เคยไหม? เลือกกินขนมหรือเครื่องดื่มรสผลไม้หรือเมนูที่เน้นเนื้อสัมผัสแบบอัลตร้าสมูทนุ่มนวลละมุนลิ้นเพราะคิดว่าน่าจะดีต่อสุขภาพและย่อยง่ายกว่าขนมทั่วไปแต่ช้าก่อน! แพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ออกมาเตือนสติทั้งสายสุขภาพและสายหวานว่าอย่าเพิ่งหลงกลคำว่าผลไม้หรือความละมุนลิ้นเหล่านั้น!ทำไมเนื้อสัมผัสละมุนหรือมีส่วนผสมของผลไม้ ถึงยังน่ากลัว?ไม่ว่าขนมหรือเครื่องดื่มนั้นจะมีเนื้อสัมผัสแบบอัลตร้าสมูทละลายในปาก หรือแปรรูปมาจากผลไม้จริงแต่ในทางสรีรวิทยาแล้วคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลทุกชนิดเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกย่อยและเปลี่ยนเป็นกลูโคสเหมือนกัน
- ผลไม้แปรรูป/ปั่นละเอียดการนำผลไม้มาปั่นจนเนียนสมูทหรือนำไปเคี่ยวทำของหวาน จะทำให้ เส้นใยอาหาร (Fiber) ถูกทำลายเมื่อกินเข้าไปร่างกายจึงดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน (Spike)
- น้ำตาลฟรุกโตสในผลไม้ถึงจะเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติแต่หากได้รับในปริมาณมากเกินไปก็ถูกส่งไปสะสมที่ตับก่อให้เกิดภาวะไขมันพอกตับและระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงได้ไม่ต่างจากน้ำตาลทราย
คำแนะนำในการรับประทานอย่างไรให้ปลอดภัยไกลโรค?
เพื่อการดูแลสุขภาพและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างถูกวิธีลองปรับพฤติกรรมง่ายๆ ดังนี้ครับ
- เน้นกินผลไม้สดแบบเคี้ยวเป็นลูก/ชิ้นการเคี้ยวผลไม้สดจะช่วยให้เราได้ใยอาหารเต็มๆ ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
- เลือกผลไม้ดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียวแก้วมังกรหรือเบอร์รีและควรกินในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 1 กำมือต่อมื้อ)
- เลี่ยงเมนูสมูทตี้/ผลไม้แปรรูปเติมน้ำตาลหากอยากดื่มน้ำผลไม้ปั่นควรอ่านฉลาก nutrition หรือสั่งแบบไม่เติมน้ำเพิ่ม (Unsweetened) และไม่ปั่นจนละเอียดเกินไป
- จับคู่กินพร้อมโปรตีนหรือไขมันดีหากต้องการกินของหวานหรือผลไม้การกินร่วมกับอาหารที่มีโปรตีนหรือไขมันดี เช่น ถั่วเปลือกแข็งจะช่วยลดการสปีกของน้ำตาลในเลือดได้
ไม่ว่าขนมจะนุ่มละมุนลิ้นแค่ไหนหรือติดป้ายว่าทำจากผลไม้แท้ก็อย่าประมาท! การตระหนักรู้เรื่องปริมาณน้ำตาลและรูปแบบการกินคือหัวใจสำคัญในการปกป้องสุขภาพของคุณในระยะยาวครับ
Leave a Reply