สายแปรรูปต้องระวัง!เปิดผลตรวจไส้กรอกแหนมพบไนไตรต์พุ่งเกินมาตรฐาน 50 เท่าเสี่ยงขาดออกซิเจนก่อมะเร็ง

ไส้กรอก แหนม หมูยอ กุนเชียง เมนูโปรดและอาหารจานด่วนของใครหลายคนอาจแฝงไปด้วยอันตรายที่ไม่ควรมองข้ามล่าสุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เปิดเผยผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารพร้อมรับประทาน Ready-to-eat ในช่วงปี 2567-2569 ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาน่าตกใจอย่างยิ่งเมื่อพบว่ามีบางตัวอย่างตรวจพบสารไนไตรต์ (Nitrite) ตกค้างสูงถึง 3,880 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้เกือบ 50 เท่า! ทำไมต้องใส่ไนเตรต-ไนไตรต์ในเนื้อสัตว์แปรรูป? ในอุตสาหกรรมอาหารสารเคมีในกลุ่มไนเตรต (Nitrate) และไนไตรต์ (Nitrite) มักถูกนำมาใช้เป็นวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ

  1. คงสภาพสีผิว (Color Fixation) ช่วยเหนี่ยวรังให้เนื้อสัตว์มีสีชมพูหรือสีแดงสดดูน่ารับประทาน ไม่ซีดจางแม้จะผ่านความร้อน
  2. ยับยั้งจุลินทรีย์ (Antimicrobial) ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียโดยเฉพาะเชื้อ Clostridium botulinum ซึ่งสามารถสร้างสารพิษที่เฉียบพลันและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

กลไกอันตรายจากอาการหน้ามืดสู่สารก่อมะเร็ง”

ความน่ากลัวของการได้รับสารเหล่านี้เกินเกณฑ์มาตรฐานแบ่งออกเป็นสองระยะดังนี้ครับ

1. อันตรายเฉียบพลันภาวะร่างกายขาดออกซิเจน

หากเราบริโภคอาหารที่มีไนไตรต์สูงเกินไปในมื้อเดียวสารนี้จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงเปลี่ยนเป็นเมทฮีโมโกลบิน (Methemoglobin) ซึ่งหมดความสามารถในการขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆผลลัพธ์คือร่างกายจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนเฉียบพลันส่งผลให้มีอาการวิงเวียนศีรษะหน้ามืดปากเขียวหายใจหอบถี่หัวใจเต้นผิดจังหวะ และในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นหมดสติหรือเสียชีวิตได้

2. อันตรายเรื้อรังสารก่อมะเร็งร้าย (Nitrosamines)

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับสายปิ้งย่างคือ เมื่อสารไนไตรต์ในเนื้อสัตว์แปรรูปเจอกับสารประกอบ “เอมีน” ในเนื้อสัตว์ภายใต้ความร้อนสูงจากการ ปิ้ง ย่าง หรือทอดจนไหม้เกรียมมันจะแปรสภาพกลายเป็น “ไนโตรซามีน” (Nitrosamines) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่มีอานุภาพสูงโดยเฉพาะมะเร็งในระบบทางเดินอาหารและตับ

กลุ่มเสี่ยงสูงผลิตภัณฑ์จากรายย่อย

จากข้อมูลเชิงลึกของผลตรวจระบุว่ากลุ่มสินค้าประเภทแหนม, หมูยอ, ไส้กรอกอีสาน และกุนเชียงเป็นกลุ่มที่มีการตกค้างของไนไตรต์เกินมาตรฐานมากที่สุดซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักพบในผลิตภัณฑ์ที่มาจากผู้ผลิตรายย่อยหรือโรงงานขนาดเล็กเนื่องจากขาดเครื่องมือที่ได้มาตรฐานในการชั่งตวงและขาดความแม่นยำในการควบคุมสูตรการผลิตทำให้มีการสาดสารเคมีเหล่านี้เกินขนาดโดยไม่ตั้งใจ

ข้อแนะนำในการบริโภคเนื้อแปรรูปให้ปลอดภัย

เพื่อปกป้องสุขภาพของตัวเราและคนที่เรารักกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการมีคำแนะนำดังนี้ครับ

  • สังเกตสีสันก่อนซื้อหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปที่มีสีชมพูเข้มหรือสีแดงจัดจนผิดธรรมชาติ เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะกระหน่ำใส่สารเร่งสี
  • มองหาเครื่องหมายมาตรฐานเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์มิดชิดมีฉลากระบุส่วนประกอบชัดเจนและได้รับเครื่องหมาย อย. จากโรงงานที่เชื่อถือได้
  • เลี่ยงพฤติกรรมการกินซ้ำลดความถี่ในการทานอาหารแปรรูปไม่กินเมนูเดิมๆซ้ำกันทุกวัน เพื่อป้องกันการสะสมของสารเคมีในตับและไตระยะยาว
  • ทานคู่กับวิตามินซี (Vitamin C) หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทานมื้อนั้นควรทานร่วมกับผักสดหรือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง (เช่น ฝรั่ง ส้ม บรอกโคลี) เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติทางเคมีที่ช่วยยับยั้งการก่อตัวของสารก่อมะเร็งไนโตรซามีนในกระเพาะอาหารได้ส่วนหนึ่งครับ

อาหารแปรรูปแม้จะอร่อยและสะดวก แต่การเลือกทานอย่างมีสติและทางสายกลางคือสิ่งที่ดีที่สุดครับชอบทานเมนูแปรรูปชนิดไหนกันบ้างครับ? แล้วมีวิธีเลือกซื้อกันอย่างไรแวะมาคอมเมนต์คุยกันได้นะครับ! แอดมินเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ใส่ใจสุขภาพครับ!


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *