สุขภาพผู้หญิงวัย 40+ ต้องระวัง!เมื่อเอสโตรเจนดิ่งทำ คุณภาพหลับฝันพังสมองเสื่อมถอยแถมอารมณ์พุ่ง

คุณกำลังเป็นอยู่หรือเปล่า? นอนหลายชั่วโมงแต่ตื่นมากลับรู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนไม่ได้นอน อารมณ์แปรปรวนง่ายรับมือความเครียดไม่ไหวหรือรู้สึกสมองตื้อเบลอคิดอะไรไม่ออก? อย่าเพิ่งเหมาว่าเป็นแค่เรื่องความแก่หรือเป็นเรื่องธรรมดาของอายุเพราะต้นเหตุที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เข้าไปทำลายคุณภาพของการนอนหลับโดยเฉพาะช่วงที่สำคัญที่สุดอย่าง “REM Sleep” (ช่วงหลับฝัน) โดยที่คุณไม่รู้ตัว REM Sleep ไม่ใช่แค่ฝันแต่คือช่วงซ่อมสมองและปรับอารมณ์หลายคนคิดว่าการนอนคือการพักผ่อนร่างกายแต่จริงๆแล้วขณะที่เราหลับสมองกลับทำงานอย่างหนักโดยเฉพาะในช่วง REM Sleep ซึ่งมีหน้าที่สำคัญมหาศาล

  1. จัดระเบียบความทรงจำสมองจะทำการประมวลผลข้อมูลที่เจอมาทั้งวันคัดแยกจัดเก็บความทรงจำและเชื่อมโยงการเรียนรู้ใหม่ๆ เข้ากับความรู้เดิมหากขาดช่วงนี้ไปคุณจะรู้สึกขี้ลืมและเรียนรู้ช้า
  2. ปรับสมดุลอารมณ์เป็นช่วงที่สมองช่วยเยียวยาจิตใจลดความเครียดความกังวลทำให้เราตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกอารมณ์นิ่งและมีสติมากกว่าเดิม

สรุปง่ายๆถ้า REM Sleep ดี ตื่นมาสมองจะปลอดโปร่งคิดอะไรก็ชัดเจนอารมณ์นิ่งสงบเมื่อ เอสโตรเจนลดลงวงจรหลับฝันก็พังตามเมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือนและวัยทอง (อายุ 40-50 ปีขึ้นไป) ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการนอน

  • ไม่ได้มีแค่ร้อนวูบวาบการลดลงของเอสโตรเจนไม่เพียงทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน หรือตื่นกลางดึกบ่อยๆ เท่านั้น
  • ทำลายคุณภาพ REM Sleep ฮอร์โมนที่ลดลงทำให้ช่วงเวลา REM Sleep สั้นลงหรือถูกรบกวนบ่อยครั้ง สมองจึงไม่ได้รับเวลาฟื้นฟูอย่างเต็มที่แม้คุณจะนอนครบหลายชั่วโมงแต่ก็เป็นเพียงการนอนที่ไร้คุณภาพ

การนอนที่ดีไม่ใช่แค่นอนให้ครบชั่วโมง

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการนอนหลับของผู้หญิงวัย 40+ คือคุณภาพของการนอนไม่ใช่เพียงจำนวนชั่วโมง ดังนั้น หากคุณมีอาการเหล่านี้ อย่าปล่อยไว้

  • หลับยากหรือตื่นกลางดึกเป็นประจำ (เช่น ตื่นตี 3-4 แล้วหลับต่อไม่ได้)
  • ตื่นมาแล้วไม่สดชื่นเหนื่อยล้าอ่อนไหวอารมณ์อ่อนไหว

คำแนะนำเบื้องต้นเพื่อกู้คืนคุณภาพการนอน

  1. ปรับสุขอนามัยการนอน (Sleep Hygiene) เข้า-ตื่นให้ตรงเวลาทุกวันแม้ในวันหยุดปรับห้องนอนให้เย็นมืดและเงียบหลีกเลี่ยงหน้าจอสมาร์ทโฟน 1 ชั่วโมงก่อนนอน
  2. ลดอาหารกระตุ้นหลีกเลี่ยงคาเฟอีนแอลกอฮอล์และอาหารมื้อหนักในช่วงเย็นและค่ำ
  3. จัดการความเครียดฝึกหายใจลึกๆทำสมาธิหรือโยคะเบาๆก่อนนอนเพื่อลดระดับฮอร์โมนความเครียด
  4. อาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจนลองเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจนจากธรรมชาติ เช่น ถั่วเหลือง น้ำมะพร้าวหรืองาเพื่อช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเบาๆ
  5. ปรึกษาแพทย์หากอาการรุนแรงกระทบชีวิตประจำวันควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการรักษา เช่น การใช้ฮอร์โมนทดแทน (HRT) หรือวิธีการรักษาอื่นๆอย่างถูกวิธี
ขอสำรวจหน่อย ช่วงนี้ผู้หญิงวัย 40+ ในเพจมีอาการแบบไหนมากที่สุด? (พิมพ์หมายเลขบอกกันหน่อยนะครับ )
  1. ️หลับยากมาก
  2. ️ตื่นตี 3–4 แล้วหลับต่อไม่ได้
  3. ️ร้อนวูบวาบเหงื่อออกกลางคืนจนตื่น
  4. ️นอนครบหลายชั่วโมงแต่ตื่นมาไม่สดชื่นเลย


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *