
จากสถิติผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทย ปี 2566 พบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวาน 1 แสนคนต่อปี ปัจจุบันประเทศไทยของเรามีผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ทั้งสิ้น 5.2 ล้านคน ที่น่าตกใจคือมีอยู่กว่าครึ่งหนึ่งที่ไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคเบาหวาน OMG! ทำให้อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานมีมากถึง 200 คนต่อวัน ตัวเลขตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยละเลยการตรวจสุขภาพและมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองโดยเฉพาะ ‘โรคเบาหวาน’ โรคติดต่อเรื้อรังที่ต้องให้ความสำคัญและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองเพื่อห่างไกลโรคให้ได้มากกว่านี้ ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวัง! ‘เบาหวานขึ้นตา’ ภาวะเบาหวานขึ้นตา หรือ Diabetic Retinopathy เป็นภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานนั่นเอง ซึ่งทำให้เส้นเลือดประสาทตาได้รับความเสียหายสิ่งที่น่าหนักใจคือ ในระยะแรกๆ มักจะไม่แสดงความผิดปกติอย่างชัดเจนหรืออาจจะรู้สึกมองไม่ชัดแบบเล็กน้อยแต่ถ้าหากปล่อยไปนานๆและไม่ได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจทำให้เราสูญเสียดวงตาไปในที่สุดดังนั้นหากมีความผิดปกติบริเวณดวงตาไม่ว่าจะหนักหรือเบาก็ตามควรได้รับการตรวจสุขภาพตาโดยจักษุแพทย์ร่วมกับคุณหมอโรคเบาหวานปีละ 1 ครั้ง ถ้าหากคนไข้พบคุณหมอเบาหวานเป็นประจำทุกครั้งอยู่แล้วก็จะเป็นเรื่องที่ดีแต่ก็อาจจะมีผู้ป่วยบางรายที่ไม่ไปหาหมอตามนัด ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่อาจรุนแรงขึ้นได้ในอนาคตหยุด! เข้าใจผิดเรื่อง ‘เบาหวานขึ้นตา’ เราต้องหลุดพ้นกับความเชื่อผิดๆ โดยเฉพาะคำพูดจากผู้สูงวัยว่าป้าข้างบ้านบอกว่าให้ทำแบบนั้น ป้าซอย 2 บอกให้ทำแบบนี้ เพราะแท้ที่จริงแล้วความเชื่อผิดๆ เหล่านี้อาจส่งผลทำให้การรักษาโรคเบาหวานนั้นผิดเพี้ยนไป ดังนั้น Health Addict ขอแนะนำ 3 สิ่งที่เราอยากให้ทุกคนได้ตระหนักในเรื่องของโรคเบาหวานขึ้นตาให้มากขึ้น
- มองเห็นปกติดี ไม่ได้แปลว่าจะไม่เสี่ยง อยากให้เข้าใจกันใหม่ก่อนว่า การที่เรายังมองเห็น ไม่ได้แปลว่าเราไม่เสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน เพราะการมองไม่เห็น คือความผิดปกติระยะสุดท้ายแล้ว นั่นหมายความว่า ถ้าเราพบว่าตัวเองนั่นตามองไม่เห็นแล้ว แปลว่าเรากำลังจะตาบอดอย่างถาวร ดังนั้นอยากให้ทุกคนใส่ใจกับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่า สุขภาพตาของเรานั้น ปกติแบบ 100%
- คุมเบาหวานได้แล้ว = ไม่เสี่ยงเบาหวานขึ้นตา เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่หลายคนมักคิดว่า ระดับน้ำตาลไม่ขึ้นเท่ากับไม่เสี่ยง แต่เบาหวานเป็นอีกหนึ่งโรคติดต่อเรื้อรังที่พร้อมจะลุกลามได้เสมอๆ ถ้าควบคุมได้ไม่ดี และไม่ตรวจเบาหวานขึ้นตาเป็นประจำทุกปี ดังนั้นต้องย้ำกันให้ชัดๆ ว่าการตรวจเบาหวานขึ้นตาเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี!
- การไม่รักษาเบาหวานอย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งความเชื่อแบบผิดๆที่คิดว่าระดับน้ำตาลลดลงแล้วไม่ต้องไปหาหมอก็ได้ หรือไม่จำเป็นต้องกินยาต่อก็ได้เป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์!! สิ่งที่จะการันตีได้ว่าเราไม่ต้องพบคุณหมอเป็นประจำและอาจจะหายขาดจากเบาหวานได้หรือที่เรารู้จักกันก็คือ ‘ภาวะเบาหวานสงบ’ คือ ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ หมายความว่า ระดับน้ำตาลสะสมน้อยกว่า 6.5 Mg% ติดต่อกัน 3 เดือน โดยที่ไม่ใช้ยาตรวจซ้ำแล้วน้ำตาลไม่กลับมาสูงแม้ว่าวารสารทางการแพทย์ในต่างประเทศจะออกมายืนยันว่าภาวะเบาหวานสงบทำให้เราหายขาดจากเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ แต่การได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ประจำตัวของเรา ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด! ดังนั้น อย่าขาดการรักษาหรือหยุดยา ถ้าไม่ได้รับคำแนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สูงวัยสายหวานต้องระวัง! ภาวะตาบอดกลางคืนตาบอดกลางคืน คือ ภาวะการมองเห็นที่มีความผิดปกติชนิดหนึ่ง โดยลักษณะอาการของภาวะตาบอดกลางคืน คือ จะมองเห็นไม่ชัด หรืออาจจะเห็นลางๆไปจนมองไม่เห็นเลยในที่ที่มีแสงน้อยหรือในช่วงเวลากลางคืนหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้เราเกิดภาวะตาบอดกลางคืนได้ก็คือ การขาดวิตามิน A ขาดสังกะสี ปัญหาสายตาการใช้ยาชนิดต่างๆที่ส่งผลทำให้ม่านตาหดตัวหรือพันธุกรรมสิ่งที่เราอยากให้ทุกคนได้โฟกัสคือ ผู้ป่วยเบาหวานขึ้นตาแม้ว่าภาวะตาบอดกลางคืนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ หนักไปมากกว่านั้น คือ ภาวะตาบอดกลางคืนไม่สามารถให้หายขาดได้แต่! สามารถรักษาให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามระดับความรุนแรงของตัวโรคสิ่งสำคัญคือเราไม่อยากให้ทุกคนได้ละเลยหรือหมดกำลังใจเพียงเพราะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแต่เราต้องใช้ชีวิตให้ได้เพราะดวงตาก็ถือเป็นอวัยวะที่สำคัญของเราผู้ป่วยโรคเบาหวานควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าเรานั้นไม่มีความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆของตัวโรคและเบาหวานเป็นโรคติดต่อเรื้อรังที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าเรามีวินัย และควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
Leave a Reply