สโตรกโรคฟ้าผ่าภัยเงียบที่มาเร็วไปเร็วรู้เท่าทัน ป้องกันและก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง

ทุกๆ 1 นาทีที่ผ่านไปมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหรือที่เรียกสั้นๆว่าสโตรกรายใหม่เกิดขึ้นถึง 30 คนทั่วโลกและตัวเลขที่น่ากังวลยิ่งขึ้นคือกลุ่มวัยทำงานอายุ 30–50 ปี กำลังป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องข้อมูลทางการแพทย์ยังชี้ให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้วผู้ใหญ่ทุกคนในโลกมีโอกาสป่วยเป็นสโตรกอย่างน้อย 1 ครั้งตลอดชีวิตถึง 1 ใน 4 คน สำหรับประเทศไทยสโตรกยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆ ของประชาชนและแม้ความก้าวหน้าของการรักษาในปัจจุบันจะช่วยให้มีผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่าในอดีตแต่สิ่งที่ตามมาคือจำนวนผู้ที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับความพิการจากโรคนี้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันไม่ว่าจะเป็นอาการอ่อนแรงครึ่งซีกรบกวนการพูดการมองเห็นหรือการเคลื่อนไหว ดังนั้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของสโตรกไม่ใช่แค่ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตแต่คือการต้องดำรงชีวิตต่อไปในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิมอย่างไรก็ตามเราสามารถลดความเสี่ยงรู้เท่าทันอาการและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตกลับมาได้หากเข้าใจหลักการสำคัญดังนี้ครับรู้สัญญาณเตือนสโตรกรักษาได้ทันเวลาสังเกตอาการด้วยหลัก FAST เพื่อแยกแยะได้อย่างรวดเร็ว

  • F (Face): ใบหน้าบิดเบี้ยวมุมปากตกข้างใดข้างหนึ่งเมื่อยิ้ม
  • A (Arm): ยกแขนขึ้นแล้วรู้สึกอ่อนแรงหรือแขนล้มลงเองข้างหนึ่ง
  • S (Speech): พูดไม่ชัดพูดลำบากหรือจำคำศัพท์ไม่ได้
  • T (Time): พบอาการใดๆข้างต้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีทุกนาทีมีค่ายิ่งรักษาเร็วโอกาสฟื้นตัวยิ่งสูง

นอกจากนี้ยังอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดหัวรุนแรงไม่ทราบสาเหตุมองเห็นภาพซ้อน หรือเวียนหัวจนล้มได้ลดความเสี่ยงทำได้ตั้งแต่วันนี้สาเหตุหลักของสโตรกส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้

  • ควบคุมความดันโลหิตเบาหวานและไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • เลิกสูบบุหรี่ และลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารเค็มน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวให้น้อยลง เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืช
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที
  • ตรวจสุขภาพประจำปีโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นสโตรก
ฟื้นฟูชีวิตหลังสโตรกกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิม

หลายคนกังวลว่าหากรอดชีวิตจะต้องอยู่กับความพิการตลอดไปแต่ความจริงคือการฟื้นฟูสมรรถภาพช่วยให้กลับมาทำกิจกรรมประจำวันได้มากขึ้นตามความรุนแรงของโรค

  • เริ่มการฝึกฟื้นฟูโดยทีมแพทย์นักกายภาพบำบัดทันทีที่อาการคงที่
  • ฝึกทักษะการกินการขับถ่ายการเคลื่อนไหวและการสื่อสารตามขั้นตอน
  • ปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย เช่น ติดราวจับ กำจัดสิ่งกีดขวางทางเดิน
  • ดูแลสุขภาพใจเพราะความเครียดซึมเศร้าส่งผลต่อความก้าวหน้าของการรักษา
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการป่วยซ้ำซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าเดิม

สโตรกไม่ใช่จุดจบของชีวิตเพียงแค่เราเตรียมความพร้อมรู้เท่าทันและไม่ละเลยสัญญาณเตือนเราก็จะผ่านมันไปได้และใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขอีกครั้งครับ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *