หนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันก็คือทักษะการเรียนรู้ เพราะโลกเคลื่อนตัวเร็ว ทำให้เราต้องวิ่งให้ไวอยู่เสมอ หลายคนจึงก้มหน้าก้มตาเรียนคอร์สออนไลน์ อ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง รับข้อมูลมหาศาลในทุกวัน

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ยังไม่หลุดออกจากค่าเฉลี่ยไปเป็นคนเหนือค่าเฉลี่ยสักที มันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ? ผมเชื่อว่าคนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดี ก็คือคนที่หลุดออกจากค่าเฉลี่ยได้แล้วอย่างคุณแน็ค ศิวกร นั่นเองครับ ในหนังสือ “Above Average” ของคุณแน็ค เขาเล่าเรื่องตั้งแต่ตอนที่ตัวเองยังเป็นคนค่าเฉลี่ยทั่วไป ค่อย ๆ ลองผิดลองถูกด้วยเทคนิควิธีคิดต่างๆ จนกลายมาเป็น Yotuber และ Content Creator ที่มีผู้ติดตามหลายแสนคนได้ตั้งแต่อายุยังน้อยแน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้รวมวัตถุดิบของความสำเร็จเอาไว้มากมาย แต่ส่วนที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดก็คือเรื่อง Mindset ที่สามารถทำให้เรา “เริ่ม” ผลิต Output ออกมาได้สักทีครับ เพราะโดยปกติแล้วการเริ่มต้นอะไรสักอย่างเป็นเรื่องยาก หลายคนจึงมักจะสร้างข้อจำกัดขึ้นมาผัดการเริ่มต้นออกไป เช่น กลัวทำแล้วไม่ดีขอศึกษาก่อน ยังไม่พร้อม ไม่มีต้นทุน จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำคุณแน็คบอกว่าในช่วงแรกที่เริ่มทำ ให้คิดว่าปริมาณสำคัญกว่าคุณภาพ พอทำไปเรื่อย ๆ จนเก่งขึ้นแล้ว ค่อยให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพราะถ้ามัวแต่ยึดติดว่าต้องคุณภาพดีเยี่ยม เราจะอ้างกับตัวเองได้ว่ามันยังไม่ดีพอ ก็เลยยังไม่ทำแต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการเน้นปริมาณในช่วงแรกก็คือวินัยและพัฒนาการครับ เราได้ฝึกเยอะ ผิดเยอะ รู้ว่าต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง และจะแก้มันอย่างไร จนเกิดเป็นระบบการทำงานของตัวเองขึ้นมาบางคนอาจบอกว่า ทุกอย่างก็ต้องการทุนหรือเปล่า? คุณแน็กบอกว่าอยากให้เริ่มจากเรื่องที่ไม่ต้องใช้ทุนก่อน อย่างตัวเขาเองก็เริ่มทำคอนเทนต์ออนไลน์เพราะมีคอม มือถือ และกล้องอยู่แล้ว ก็เลยใช้เท่าที่มีนอกจากนี้ให้ลองมองอีกมุมด้วยว่า บางทีต้นทุนอาจไม่ได้หมายถึงเงินทุนอย่างเดียวก็ได้ บางคนไม่มีภาระ ไม่มีคนต้องดูแล ไม่ต้องส่งเงินให้ครอบครัวหลังเรียนจบ จริงๆ เท่านี้คุณก็มีอิสระในการใช้ชีวิตของตัวเองประมาณนึงแล้วนี่แหละคือต้นทุนอีกหนึ่งข้ออ้างยอดฮิตตลอดกาลคือ “ไม่มีเวลา” หลายคนชอบบอกว่าแค่ทำงานประจำก็ 5 วันแล้ว เสาร์อาทิตย์ให้ทำงานเสริมอีกคงไม่ไหวหรอกประเด็นนี้คุณแน็คบอกว่าการทำงานเสริมในวันเสาร์อาทิตย์อาจฟังดูท้อ แต่ให้คิดว่างานประจำคือเราทำให้คนอื่น แต่งานเสาร์อาทิตย์นี่เราทำให้ตัวเองนะ พอคิดแบบนี้แล้วมองงานเสริมเปลี่ยนไปเลย
เพราะมันคือการสร้าง Personal Branding ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามาก มันอาจเป็นอะไรก็ได้ เช่น ทำคอนเทนต์ รับรีวิว ขายอาหาร หรือรับงานเป็น MC PR ทั้งหมดนี้คือการสร้าง Brand ให้ตัวเองผมว่าทัศนคติทั้ง 3 ข้อ ทั้งการเน้นปริมาณในช่วงแรกการใช้ทุนเท่าที่มีและเปลี่ยนความคิดเรื่องเวลา เป็นพลังฮึดสำคัญที่จะผลักให้เราเริ่มต้นทำอะไรของตัวเองขึ้นมาได้ครับ
นอกจากนี้มันยังทำให้ผมต่อยอดออกมาเป็นข้อคิดได้ว่า “มองความฝันให้เหมือนบันได จะสูงแค่ไหนก็ขึ้นได้ทีละขั้น” ซึ่งข้อคิดนี้สามารถมองได้ 2 มุมครับ มุมแรกคือหลายคนมักฝันสูงฝันใหญ่ แต่กลับคาดหวังว่าจะไปถึงจุดหมายเร็ว ๆ บางคนเลยท้อว่า “ทำมาตั้ง 1 เดือนแล้ว ยังไม่สำเร็จเลย เลิกดีกว่า” กรณีนี้อยากให้ใจเย็นๆ ครับ ให้มองว่าฝันเราสูงแต่เราเดินขึ้นได้ทีละขั้น จะอีกไกลแค่ไหนช่างมัน ให้มองว่าวันนี้เราสูงขึ้นมาจากเดิมเท่าไรแล้วก็พออีกมุมหนึ่งคือ สำหรับคนที่ฝันใหญ่จนรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ กรณีนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นครับ ไม่ต้องเริ่มจากอะไรใหญ่โตให้เริ่มจากก้าวเล็กๆ ขึ้นบันไดแห่งความฝันขั้นแรกนี่แหละพอเราเริ่มปุ๊ปมันจะมีแรงฮึด แล้วก็สลับก้าวเล็กๆ ไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่แน่ว่ารู้ตัวอีกทีคุณอาจรู้สึกว่าการเดินกลับลงมามันไกลกว่าเดินไปให้ถึงฝันแล้วก็ได้ครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=309543161899424&set=a.121308694056206


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *