หน้าฝนนี้ระวังให้ดี!ไวรัสพาราอินฟลูเอนซ่าวายร้ายตัวจริงที่แฝงตัวมากับความชื้น

อย่ามัวแต่ระวังไข้หวัดใหญ่จนลืมชื่อนี้! ไวรัสพาราอินฟลูเอนซ่า (Human Parainfluenza Viruses: HPIVs) อีกหนึ่งตัวร้ายหน้าฝนที่กำลังระบาดหนักโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำแม้ชื่อจะคล้ายไข้หวัดใหญ่แต่บอกเลยว่าอาการและกลุ่มเสี่ยงมีความเฉพาะตัวที่พ่อแม่และทุกคนไม่ควรมองข้ามเช็กอาการด่วน!แบบไหนไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา? ไวรัสชนิดนี้ติดต่อผ่านฝอยละอองจากการไอจามหรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้ออาการเริ่มต้นอาจดูเหมือนไข้หวัดทั่วไปแต่หากปล่อยไว้เชื้ออาจลามลงสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

  • อาการกลุ่มสีเขียว (หวัดทั่วไป) มีไข้ต่ำๆมีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ
  • อาการกลุ่มสีแดง (สัญญาณอันตราย)
    • เสียงเปลี่ยน/เสียงแหบหรือไอบาร์กิ้ง (Barking cough) ที่มีเสียงไอโฮกๆคล้ายเสียงสุนัขเห่าซึ่งเกิดจากภาวะหลอดลมส่วนบนอักเสบเฉียบพลัน (Croup)
    • หายใจหอบเหนื่อยหายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing)
    • หน้าอกบุ๋มขณะหายใจเข้าซึ่งเป็นสัญญาณของปอดบวมหรือหลอดลมฝอยอักเสบ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องรู้ไม่มีวัคซีนและไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ

ความน่ากลัวของไวรัสพาราอินฟลูเอนซ่าคือปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียาต้านไวรัสสำหรับรักษาโดยตรงการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาลดไข้ยาละลายเสมหะหรือการพ่นยาเพื่อขยายหลอดลมในรายที่มีอาการตีบตัวดังนั้นการป้องกันจึงเป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุด

คาถา 5 ข้อ รับมือพาราอินฟลูเอนซ่าก่อนร่างกายจะพัง

  1. ล้างมือบ่อยๆ แบบถูกวิธีเชื้อไวรัสนี้ทนทานบนสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมงการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์หลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะคือสิ่งจำเป็น
  2. เลี่ยงการเอามือสัมผัสใบหน้าอย่าแคะจมูกขยี้ตาหรือจับปากหากยังไม่ได้ล้างมือเพราะเป็นช่องทางหลักที่เชื้อจะเข้าสู่ร่างกาย
  3. ใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิดหากต้องพาลูกหลานไปในที่ชุมชนแออัดหรือโรงพยาบาล ควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด
  4. ทำความสะอาดของเล่นและสิ่งของร่วมกันเช็ดทำความสะอาดของเล่นเด็กลูกบิดประตู และสวิตช์ไฟด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ
  5. สร้างภูมิคุ้มกันจากภายในนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หากบุตรหลานหรือผู้สูงอายุในบ้านมีอาการไข้สูงติดต่อกันเกิน 2-3 วัน หายใจหอบเหนื่อยหรือมีเสียงไอที่ผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันทีไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทานเองเพราะยาปฏิชีวนะใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ครับ!


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *