
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวหรือช่วงที่อากาศเริ่มเย็นลงหลายคนอาจรู้สึกสบายขึ้นแต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างภูมิแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis) กลับต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันความชื้นในอากาศที่ลดลงรวมถึงฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่แพร่กระจายได้ง่ายในช่วงนี้ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้กำเริบ เช่น คัดจมูก จามบ่อยน้ำมูกไหลหรือหายใจติดขัด
ทำไมอากาศเย็นถึงกระตุ้นภูมิแพ้?
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้อธิบายว่าในช่วงอากาศเย็นเส้นเลือดในโพรงจมูกจะหดตัว ทำให้เยื่อบุจมูกแห้งและระคายเคืองง่ายส่งผลให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่น เกสร หรือไรฝุ่นรุนแรงขึ้นกว่าปกติ อีกทั้งการอยู่ในที่ปิดนานๆ เช่น ห้องปรับอากาศยังเพิ่มโอกาสสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ได้มากขึ้นอีกด้วย
เคล็ดลับดูแลตัวเองในช่วงอากาศเย็น
ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงและลดสิ่งกระตุ้นต่างๆด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การขยับร่างกายช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและเสริมภูมิคุ้มกันแต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในที่อากาศเย็นจัดหรือกลางแจ้งตอนเช้า - รักษาความสะอาดภายในบ้าน
หมั่นซักปลอกหมอนผ้าห่มและผ้าปูที่นอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ด้วยน้ำอุ่นเพื่อลดการสะสมของไรฝุ่นและควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเมื่ออากาศดี - รักษาความอบอุ่นของร่างกาย
ผู้ที่มีภูมิแพ้มักไวต่ออากาศเย็น ควรสวมเสื้อกันหนาวหรือผ้าพันคอโดยเฉพาะในช่วงเช้าและก่อนนอน เพื่อป้องกันอุณหภูมิร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว - เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ส้ม ฝรั่ง และเบอร์รี่ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ควรหลีกเลี่ยงอาหารเย็นจัด เช่น ไอศกรีม หรือน้ำปั่น เพราะอาจกระตุ้นให้จมูกอักเสบได้ - หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และเกสรดอกไม้
หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านในวันที่อากาศแห้งหรือมีฝุ่นมากควรสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ
การดูแลสุขภาพในช่วงหน้าหนาวไม่เพียงช่วยลดอาการภูมิแพ้แต่ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น ไข้หวัดหรือหลอดลมอักเสบด้วยหากมีอาการแพ้เรื้อรังหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนการรักษาอย่างถูกวิธี
Leave a Reply