
ใครเคยรู้สึกปวดหลังหน่วงลึกๆร้าวลงขานั่งนานแล้วชาหรือจู่ๆขาก็อ่อนแรงไม่มีแรงบ้างไหมคะ? หลายคนมักชะล่าใจคิดว่าเป็นแค่ความเมื่อยล้าจากการทำงานแต่จริงๆอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่หากปล่อยไว้นานอาจลุกลามจนเดินลำบาก หรือสูญเสียการควบคุมร่างกายได้เลยค่ะ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดขึ้นได้อย่างไร? ลองจินตนาการดูว่าหมอนรองกระดูกสันหลังของเราเหมือน โดนัทไส้นิ่มค่ะ มีเปลือกนอกที่เหนียวแน่นห่อหุ้มเนื้อเจลด้านในทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพ ช่วยซับแรงกระแทกเวลาเราขยับตัวยกของหรือวิ่งกระโดดแต่เมื่อเราใช้งานผิดวิธีบ่อยๆ เช่น ก้มหลังยกของหนักนั่งหลังค่อมนานๆ หรือเมื่ออายุมากขึ้นเปลือกนอกจะค่อยๆเสื่อมสภาพและฉีกขาดทำให้เนื้อเจลด้านในปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาทที่อยู่ข้างเคียงกลายเป็นความปวดร้าวและความผิดปกติต่างๆตามมาค่ะ เช็กด่วน! อาการ 3 ระยะของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรู้ระยะที่เป็นอยู่จะช่วยให้ดูแลรักษาได้ทันท่วงทีลองสังเกตตัวเอง
ระยะที่ 1: ระยะเริ่มต้น – โอกาสทองฟื้นตัวได้เร็ว
อาการยังมาๆหายๆค่ะส่วนใหญ่จะรู้สึกปวดหน่วงลึกบริเวณเอวหรือหลังส่วนล่างจะเจ็บมากขึ้นเมื่อนั่งหรือยืนท่าเดิมนานเกินไปก้มตัวลงของไอจามหรือเบ่งอุจจาระแรงๆ
คำแนะนำ: นี่คือช่วงที่ดีที่สุดในการปรับพฤติกรรมและเข้าปรึกษาแพทย์ก่อนอาการจะลุกลามค่ะ
ระยะที่ 2: ระยะกลางเส้นประสาทเริ่มถูกกดทับชัดเจน
เมื่อการกดทับรุนแรงขึ้นความปวดจะไม่ได้อยู่แค่ที่หลังแล้วค่ะจะเริ่มปวดร้าววิ่งจากสะโพกลงไปตามต้นขาน่องจนถึงปลายเท้าบางคนเปรียบเสมือนโดนไฟช็อตนอกจากนี้ยังมีอาการชาหรือรู้สึกเหมือนมีหนามตำตามขาเท้าเสียวแปลบเวลาขยับตัวบางท่า
คำแนะนำ: ควรรีบตรวจวินิจฉัยเพื่อทำกายภาพบำบัดลดการอักเสบและป้องกันความเสียหายถาวรค่ะ
ระยะที่ 3: ระยะรุนแรง – อันตรายถึงขั้นพิการ ห้ามรอช้า!
การกดทับเส้นประสาทรุนแรงจนกระทบการสั่งงานกล้ามเนื้อและอวัยวะอื่นๆ มีอาการเด่นชัดคือปวดรุนแรงจนทนไม่ไหวขยับตัวแทบไม่ได้ขาหรือเท้าอ่อนแรงยกไม่ขึ้นเดินเซหรือล้มได้ง่าย
อันตรายที่สุด: ควบคุมการขับถ่ายไม่อยู่ปัสสาวะหรืออุจจาระเล็ดหรือชาบริเวณรอบทวารหนัก
คำเตือน: หากมีอาการข้อสุดท้ายให้รีบไปโรงพยาบาลทันทีนี่อาจเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาโดยเร็วเพื่อป้องกันความพิการถาวรค่ะ
วิธีดูแลตัวเองป้องกันไม่ให้อาการกลับมาเป็นซ้ำหากเริ่มมีอาการระยะแรกหรือเพิ่งหายปวดลองปรับนิสัยเหล่านี้ดูนะคะจะช่วยลดภาระให้หลังได้มาก
ปรับท่าทางให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยงนั่งหลังค่อมเกร็งหลังหรือยกของหนักด้วยท่าก้มให้เปลี่ยนเป็นย่อเข่าลงแล้วยกของให้ชิดลำตัวแทนค่ะ
ขยับตัวบ่อยๆ อย่านั่งนานเกินไป การนอนพักนานเกินไปก็ไม่ดีนะคะกล้ามเนื้อจะยิ่งอ่อนแอแนะนำให้ลุกเดินยืดเหยียดเบาๆ ทุก 30–60 นาที เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
เสริมเกราะป้องกันด้วยกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังที่แข็งแรงจะช่วยรับน้ำหนักแทนหมอนรองกระดูกลองฝึกท่าง่ายๆ เช่น เกร็งหน้าท้องขณะนั่ง, ท่าแพลงก์หรือโยคะเบาๆตามความเหมาะสมค่ะ
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ทุกกิโลกรัมที่เกินมาคือภาระที่กระดูกสันหลังต้องแบกรับเพิ่มขึ้นการลดน้ำหนักจะช่วยลดแรงกดทับได้มากทีเดียวค่ะ
ข้อสำคัญเพิ่มเติม: อาการปวดส่วนใหญ่เกิดจากการอักเสบรอบเส้นประสาทนอกจากปรับพฤติกรรมแล้วควรรับประทานอาหารลดการอักเสบ เช่น ปลาทะเล ผักใบเขียว ผลไม้และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดของทอดน้ำตาลมากด้วยนะคะ
Leave a Reply