
พลาสติกอยู่รอบตัวเราทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าภาชนะใส่อาหารหรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆและไมโครพลาสติกก็ถูกพบปนเปื้อนในสิ่งเหล่านี้บ่อยครั้ง ล่าสุด หมากฝรั่งถูกเพิ่มลงในลิสต์สิ่งของที่อาจปลดปล่อยไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้
งานวิจัยชี้หมากฝรั่งปล่อยไมโครพลาสติกหลายพันชิ้นในปากเรา
ข้อมูลนี้มาจากการประชุมฤดูใบไม้ผลิของสมาคมเคมีแห่งอเมริกา (American Chemical Society) ประจำปี 2025 ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากกว่า 12,000 ผลงานวิจัยที่นำเสนอ นักวิจัยระบุว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งสามารถปล่อยไมโครพลาสติกจำนวนหลายพันชิ้นเข้าสู่น้ำลายของเราได้โดยตรง และแม้ผลการวิจัยนี้ไม่ได้ตั้งใจสร้างความตระหนก แต่ก็เป็นการเตือนให้ตระหนักว่าไมโครพลาสติกกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยที่เราไม่รู้ตัว
ทำไมหมากฝรั่งถึงมีไมโครพลาสติก?
หมากฝรั่งทั่วไปทำจากส่วนประกอบหลัก ได้แก่
- ยาง หรือพอลิเมอร์ที่ทำหน้าที่เป็นฐาน (gum base)
- สารให้ความหวาน เช่น น้ำตาล ซอร์บิทอล หรือไซลิทอล
- สารแต่งกลิ่นรส เพื่อให้รสชาติและกลิ่นคงอยู่
หมากฝรั่งธรรมชาติบางยี่ห้อใช้พอลิเมอร์จากพืช เช่น ยางไม้ธรรมชาติ แต่หมากฝรั่งเชิงพาณิชย์จำนวนมากใช้ยางสังเคราะห์จากพอลิเมอร์ปิโตรเลียม ซึ่งมีโครงสร้างใกล้เคียงกับพลาสติกทำให้เมื่อเราเคี้ยวฐานยางอาจเสื่อมสภาพและปลดปล่อยอนุภาคขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติกออกมา
ไมโครพลาสติกกับผลกระทบต่อสุขภาพ
แม้ว่างานวิจัยด้านผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อสุขภาพมนุษย์ยังอยู่ระหว่างการศึกษา แต่ข้อมูลที่มีอยู่ชี้ว่าไมโครพลาสติกอาจ
- สะสมในร่างกาย และกระตุ้นการอักเสบในอวัยวะต่างๆ
- ปล่อยสารเคมีที่รบกวนระบบฮอร์โมน (endocrine disruptors)
- เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ และโรคเรื้อรังบางชนิด
- ส่งผลต่อระบบย่อยอาหารและสมดุลจุลชีพในลำไส้
คำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยง
- เลือกหมากฝรั่งที่ทำจากยางธรรมชาติ และมีการระบุแหล่งที่มาชัดเจน
- ลดการเคี้ยวหมากฝรั่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพื่อจำกัดปริมาณไมโครพลาสติกที่อาจปลดปล่อย
- หลีกเลี่ยงหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของ polyethylene, polyvinyl acetate หรือสารที่มีคำว่า “polymer” จากปิโตรเลียมในฉลาก
- ให้ความสำคัญกับอาหารสด ผลไม้ และน้ำดื่มจากแหล่งที่ปลอดไมโครพลาสติกเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากแหล่งอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน
Leave a Reply