
‘หมีน้ำ’ หรือ ‘ทาร์ดิเกรด’ (Tardigrade) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในน้ำ รูปร่างและท่วงท่าการเดินคล้ายหมี แต่มี 8 ขา มีขนาดตัวเล็กมากจนต้องส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เจ้าหมีน้ำเป็นสัตว์ที่มีชีวิตอยู่บนโลก 500 ล้านปีที่แล้ว และเผ่าพันธุ์ของมันยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้สัตว์ตัวน้อยตัวนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ ‘อึด’ ที่สุดในโลก เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะร้อนจัด เย็นจัด แห้งแล้ง แหล่งที่มีกัมมันตภาพรังสีเข้มข้น หรือแม้กระทั่งไม่มีอากาศหายใจ เจ้าหมีน้ำก็ไม่หวั่นกลไกของการปรับตัวของหมีน้ำเมื่อเจอสภาพแวดล้อมที่สุดโต่ง เช่น หนาวจัด ร้อนจัด แห้งแล้งหรือขาดอากาศ คือการหดตัวขดเป็นลูกบอล ร่างกายของมันจะทำการพักตัว แน่นิ่งไป คล้ายกับว่ามันไม่มีชีวิตอยู่ ด้วยการเผาผลาญพลังงานที่ช้าลงเป็นอย่างมาก และถ้าหากมันได้รับน้ำก็จะกลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปกติถึงแม้ว่าร่างกายของมันจะแน่นิ่งไปหลายสิบปีก็ตามด้วยกลไกที่ชวนพิศวงนี้ ทำให้หมีน้ำเป็นสิ่งมีชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยได้พยายามศึกษาชีวิตของพวกมันมาอย่างยาวนาน เพื่อหาคำตอบในกลไกเหล่านี้ และหมีน้ำก็ยังมีหลากหลายสายพันธุ์ที่คุณสมบัติแตกต่างกันไป ทำให้มีขอบเขตการศึกษาที่กว้างมาก ซึ่งการศึกษาก่อนหน้านี้ของทีมนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นและมหาวิทยาลัยเอดินบะระของสหราชอาณาจักร ได้พบว่า หมีน้ำบางชนิดสามารถผลิตโปรตีนแบบพิเศษเข้าไปแทนที่น้ำในเซลล์ที่เสียไป และคงสภาพร่างกายของตัวเองเอาไว้จนกว่ามันจะได้รับน้ำอีกครั้งทีมผู้ศึกษาจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์ และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมาแชล ได้พบกลไกที่เปรียบเสมือนสวิตช์ที่คอยปิดและเปิดสภาวะที่จะทำให้หมีน้ำไปสู่ห้วงเวลาพักตัวเมื่ออยู่ในสภาวะสุดโต่ง ไร้น้ำ ไร้อากาศ โดยได้ทำการทดลองเพื่อจำลองสถานการณ์สุดโต่งด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ให้หมีน้ำอยู่ในอุณหภูมิเยือกแข็งที่ -80 องศาเซลเซียส อยู่ภายใต้สภาพที่ระดับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์สูง และใช้สารละลายเกลือและน้ำตาลเข้มข้น ซึ่งจะกระตุ้นให้หมีน้ำเข้าสู่ภาวะพักตัวจากการทดลองพบว่า กุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดกลไกการพักตัวของหมีน้ำคือ ‘ซีสเตอีน’ ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ในภาวะสุดโต่งหมีน้ำจะมีความเครียดและปล่อยสารอนุมูลอิสระออกมา ทำให้ส่วนของโปรตีนหรือส่วนอื่นๆ ของ DNA ไม่เสถียร ซึ่งสารอนุมูลอิสระจะทำปฏิกิริยากับซีสเตอีน ทำให้หมีน้ำกลับเข้าสู่ภาวะพักตัวได้และผู้ทำการทดลองได้ทดลองปิดกั้นไม่ให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างอนุมูลอิสระและซีสเตอีนพบว่าหมีน้ำไม่สามารถกลับสู่การพักตัวได้ จึงได้ข้อสรุปว่าซีสเตอีนเป็นตัวแปรสำคัญต่อกลไกดังกล่าวอย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัติที่มากมายของหมีน้ำที่มีแตกต่างกันไป บางครั้งก็อาจจะยังไม่มีการค้นพบในช่วงเวลานี้ นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะศึกษาความอัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ต่อไป ด้วยความอึด ถึก ทนของหมีน้ำจนถึงขั้นสามารถใช้คำว่า ‘คงกระพัน’ กับมันได้
ทำให้การศึกษาสัตว์ชนิดนี้ต้องใช้ระยะเวลายาวนานมากจนนักวิทยาศาสตร์รุ่นเก่าๆที่พยายามศึกษามันเสียชีวิตลงก่อนที่จะได้รู้คำตอบ แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ไม่ว่าจะกี่ยุคผ่านไป นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ก็สามารถไขปริศนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆนี้ได้และจะค่อยๆสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้นแก่วงการวิทยาศาสตร์และผู้คนทั่วไป
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=941435927544744&set=a.811136580574680
Leave a Reply