
ฟอสฟอรัส (Phosphorus) เป็นหนึ่งใน 6 ธาตุที่ ‘จำเป็น’ ต่อการก่อตัวของดาวเคราะห์และสร้างชีวิตในทางชีววิทยา นอกจากนี้ยังมีอีก 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ไนโตรเจน คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน และซัลเฟอร์ แต่การจะมีธาตุเหล่านี้ได้ต้องอาศัย ‘ซูเปอร์โนวา’ (Supernova) หรือการระเบิดครั้งใหญ่ของดาวฤกษ์มวลมากเมื่อถึงคราวสิ้นอายุขัย ที่นับเป็นเหตุการณ์ที่ทรงพลานุภาพที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในจักรวาลช่วงเวลาก่อนเกิดซูเปอร์โนวา แกนกลางของดาวฤกษ์ที่ ‘ใกล้’ หมดอายุขัยจะหลอมตัวอยู่ภายในทำให้เกิดธาตุหนัก และระเบิดออกมา ทำให้ธาตุเหล่านั้นกระจายไปทั่วจักรวาลการระเบิดครั้งใหญ่นี้ ทำให้บริเวณใจกลางของกาแล็กซีที่มีดาวฤกษ์จำนวนมากมีโอกาสพบธาตุหรือองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ ‘ชีวิต’ มากขึ้นเช่นกัน และหากจะพบ ‘สิ่งมีชีวิตอื่น’ นอกจากมนุษย์ในจักรวาลอันเวิ้งว้าง ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะพบในบริเวณใจกลางกาแล็กซีเท่านั้น ซึ่งเป็น ‘ขอบเขตที่เอื้อต่อการอาศัยอยู่’ หรือ Habitat Zone นั่นเอง แต่จากการศึกษา ‘Phosphorus-bearing molecules PO and PN at the edge of the Galaxy’ ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2023 ระบุว่า ทีมนักดาราศาสตร์และนักสำรวจรายงานการตรวจจับ ‘ฟอสฟอรัส’ ในเมฆก๊าซเย็นในสภาวะที่เต็มไปด้วยฝุ่นและอยู่ไกลจากใจกลางกาแล็กซีมากถึง 74,000 ปีแสง เมฆก๊าซเย็นที่ถูกค้นพบในครั้งนี้ถูกตั้งชื่อว่า ‘WB89-621’ และมีโมเลกุลฟอสฟอรัสมอนอกไซด์ (PO) และฟอสฟอรัสโมโนไนไตรด์ (PN) นั่นหมายความว่า การค้นพบฟอสฟอรัสที่ ‘สุดขอบทางช้างเผือก’ มีโอกาสน้อยมากที่จะพบธาตุแห่งชีวิตที่ชายขอบกาแล็กซี เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นมีดาวฤกษ์อยู่จำนวนน้อย ทำให้โอกาสการเกิดซูเปอร์โนวาก็มีน้อยเช่นกัน เมื่อเทียบกับประวัติการค้นพบ ‘ซากซูเปอร์โนวา’ เพียงครั้งเดียว ที่อยู่ห่างจากใจกลางทางช้างเผือกเป็นระยะทาง 49,000 ปีแสง แม้ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จะ ‘เคย’ เจอองค์ประกอบอื่นที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตมาแล้วก็ตาม ด้าน ฟรานเชสโก ฟอนตานี (Francesco Fontani) นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ จากสถาบันดาราศาสตร์ฟิสิกส์อิตาลี (The Italian Institute for Astrophysics) กล่าวว่านี่เป็น ‘ครั้งแรก’ ที่พบฟอสฟอรัสในพื้นที่ที่ห่างไกลศูนย์กลางกาแล็กซีทางเผือกเช่นนี้
การค้นพบครั้งนี้ทำให้ความรู้และวิทยาการด้านดาราศาสตร์กว้างมากขึ้น เพราะทำให้เกิดการ ‘ขยาย’ ขอบเขตที่เอื้อต่อการอาศัยอยู่ให้ไกลออกไปจนสุดเท่าที่เคยประเมินมา ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลจากใจกลางทางช้างเผือกถึง 52,000 ปีแสง และขอบด้านในจะอยู่ที่ 6,500 ปีแสงจากใจกลาง เนื่องจากจุดตรงกลางที่มีดาวฤกษ์ ‘มากเกินไป’ ทำให้เกิดซูเปอร์โนวาบ่อยกว่าที่จะมีสิ่งมีชีวิตใดสามารถดำรงชีพอยู่ได้ ส่วน ลูซี ซิวรีส (Lucy Ziurys) หนึ่งในทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา เสริมว่า บางครั้งซูเปอร์โนวาอาจทรงพลังกว่าที่มนุษยชาติเคยคาดการณ์ไว้ เมื่อเกิดการระเบิด สสารอาจถูกโยนออกจากกลางดาราจักร ตกลงใกล้ขอบกาแล็กซีหรือบางทีการที่มีฟอสฟอรัสอยู่ที่ชายขอบทางช้างเผือกอาจไม่เกี่ยวกับซูเปอร์โนวาเลยก็ได้ ซิวรีสอธิบายต่อว่า แหล่งกำเนิดของฟอสฟอรัสในดาราจักรชั้นนอกอาจมาจากเส้นทางอื่นในการสังเคราะห์นิวเคลียสของดาวฤกษ์ ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าอาจมาจากดาวฤกษ์มวลมากที่ยังไม่ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา และบางทีอาจมี ‘สิ่งมีชีวิตอื่น’ อาศัยอยู่ที่ปลายกาแล็กซี
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=903186288036375&set=a.811136580574680
Leave a Reply