
ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์รู้ดีว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ทำให้โรคติดเชื้อและโรคทางเดินหายใจแย่ลงแต่ล่าสุดนักวิจัยพบว่าภาวะโลกร้อนส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทด้วยเช่นกันในการศึกษาของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนพบว่า ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีอิทธิพลต่อโรคทางระบบประสาทที่สำคัญ และความผิดปกติด้านสุขภาพจิต ซึ่งไม่ได้ทำให้คนป่วยเป็นโรคเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความรุนแรงของโลก จนทำให้ต้องรักษาในโรงพยาบาล ความพิการและแม้กระทั่งการเสียชีวิตอีกด้วยสมองของเรามีหน้าที่จัดการกับความสมดุลสิ่งแวดล้อมที่เราเผชิญ เมื่ออุณหภูมิและความชื้นที่สูงขึ้น ร่างกายของเราจะส่งสัญญาณ เช่น เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายจะกระตุ้นให้เหงื่อออกและบอกให้เราย้ายออกจากแสงแดดและไปอยู่ในที่ร่มเมื่อสภาพอากาศสุดขั้วเริ่มรุนแรงมากขึ้น จนกลายเป็นเรื่องปรกติ การหาความสัมพันธ์ระหว่างผิดปกติทางระบบประสาทกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากสำหรับการดูแลประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุผลการวิจัยพบว่าผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมอื่นๆ พยายามปรับตัวในช่วงที่อากาศร้อนจัด เช่น การขอความช่วยเหลือ การสวมเสื้อผ้าบางและการดื่มน้ำมากขึ้น นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นยังมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่อันตรายถึงชีวิตหรือทำให้พิการได้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ตอนกลางคืนมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการนอนหลับอาจส่งผลให้ผู้ป่วยโรคลมบ้าหมูมีอาการแย่ลงลงจากการอดนอน (การวิจัยยังพบว่าความเย็นจัดสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน)อุบัติการณ์ความผิดปกติด้านสุขภาพจิตและความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมีความสัมพันธ์อย่างมากกับอุณหภูมิแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น รายงานฉบับหนึ่งแสดงให้เห็นว่าการเรียกร้องค่าประกันสุขภาพของสหรัฐจากการเข้ารับการตรวจในห้องฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต ระหว่างปี 2010-2019 เพิ่มขึ้นในวันที่อากาศร้อนจัด
นอกจากนี้ภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น พายุ ไฟป่า คลื่นความร้อน น้ำท่วมสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการวิตกกังวลความเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ ซึมเศร้าและความคิดฆ่าตัวตาย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/bangkokbiznews
Leave a Reply